สวัสดีชาว Lemon 🍋
ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือคนทำงาน วันไหนก็ตาม…
ถ้าเรารู้สึกว่า “ที่อยู่ไม่ปลอดภัย”
ต่อให้สัญญายังไม่หมด เราก็มีสิทธิ์ “เลือกความสบายใจของตัวเอง” 💛
วันนั้นเรากำลังจะเข้าหอช่วงเย็น ยามเรียกคุย
เราก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่บทสนทนากลับหลุดกรอบ “มารยาท” ไปมาก…
จากคำพูดที่ฟังดูเหมือนอวดลูกสาว
ทักเรา ว่าหน้าเป็นสิวใช้นี่ สิ บลาๆ
👉 “ลูกสาวผมใช้ครีมเกาหลี 4-5 พัน หน้าเนียนมากเลยนะ”
ยังไม่พอ…
🚩
👉 “เค้าใช้ที่ก้นด้วย น้องเค้าไม่อายนะ ถ่ายส่งผมมาให้ดูเลย เนียนจริง”
เราก็ถามกลับครีมไร ลุงยามบอก โห้วมัน 4-5 พันเลย
ตอนนั้นคือช็อกเลย 😶 ชั้นก็พยายามตั้งสติ
กลางทางเดินมืด ๆ ตอนค่ำ แล้วคนพูดคือ “ยาม” ที่ควรทำให้เรารู้สึกปลอดภัย
แต่กลับทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยสุด ๆ
เราเลยเชื่อ “สัญชาตญาณตัวเอง”
ตัดสินใจเก็บของ ย้ายออกใน 3 วัน 🚚
บางที “สัญญาณเล็ก ๆ” แบบนี้
คือสัญญาณเตือนใหญ่จากจักรวาลว่า “อย่าอยู่ตรงนี้อีกเลย” 🌙
ก็คิดนะ ….. ลูกโตแล้ววัยทำงาน ถ่ายก้นให้พ่อดูบ้าไปแล้วว เกิ้นไป 🚩🚩มิหน่ำซ้ำ ทักหน้าสิวเราอีก เห้อ ท้อโว้ย 555
ใครเคยมีโมเมนต์ที่ต้องย้ายเพราะเหตุผลแบบนี้บ้าง?
มาเล่าแชร์กันหน่อย…
#ชีวิตหอ #ประสบการณ์ตรง
#สตอรี่ของฉัน #ระบายมันออกมา #เตือนแล้วนะ
หลังจากเจอเหตุการณ์นั้น เราได้บทเรียนชัดมากว่า “หอพักคนดี” ไม่ได้แปลว่าแค่ตึกสวย ค่าเช่าถูก หรือทำเลดี แต่ต้องเป็นที่ที่เราอยู่แล้ว “รู้สึกปลอดภัยจริง ๆ” โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่คนเดียวในกทม. บรรยากาศอย่างทางเดินยาว ๆ ตอนเย็นหรือกลางคืน ยิ่งทำให้เราต้องระวังเป็นพิเศษ
สิ่งที่เราใช้เป็นเช็กลิสต์ (เผื่อใครกำลังหาหอ/คิดจะย้าย)
1) ระบบความปลอดภัยต้องชัดเจน: คีย์การ์ดเข้า-ออก, กล้องวงจรปิดเห็นจริงในจุดเสี่ยง (ลิฟต์, โถง, ทางเดิน, ที่จอดรถ) และไฟทางเดินต้องสว่าง ไม่ใช่มืด ๆ จนใจหาย
2) “คน” สำคัญพอ ๆ กับ “ระบบ”: ยาม/นิติ/เจ้าของหอ ควรพูดจาสุภาพ มีขอบเขต ถ้าคุยแล้วชวนอึดอัดหรือถามเรื่องส่วนตัวเกินเหตุ นั่นคือธงแดงทันที ต่อให้เป็นการ “แซว” ก็ไม่ควรเกิด
3) กติกาหอพักต้องช่วยคุมความเสี่ยง: เช่น มีเวลาเปิด-ปิดทางเข้า, รับพัสดุเป็นระบบ, คนแปลกหน้าเข้าตึกต้องแลกบัตร/ลงชื่อ หรืออย่างน้อยต้องมีขั้นตอนให้เรามั่นใจว่าไม่ได้ใครก็ได้เดินขึ้นมาถึงหน้าห้อง
4) ลองเดินสำรวจช่วงเวลาจริง: ก่อนตัดสินใจ เราแนะนำให้ไปดูหอช่วงค่ำด้วย ลองเดินจากปากซอยเข้าตึก ดูทางเดินยาว ๆ จุดอับ และดูว่าบริเวณนั้นมีคนพลุกพล่านหรือเปล่า
ถ้าเกิดเหตุการณ์พูดจาไม่เหมาะสม/คุกคามแบบที่เราเจอ เราคิดว่าแนวทางที่ช่วยได้คือ
- ตั้งสติและตัดบทให้ชัด: ตอบสั้น ๆ ไม่ต่อบทสนทนา และรีบเข้าพื้นที่ที่มีคน/ไฟสว่าง
- เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้: จดวันเวลา สถานที่ รายละเอียดคำพูด หรือถ้ามีกล้องบริเวณนั้นให้จำจุดไว้ (บางที่ขอดูย้อนหลังได้)
- แจ้งผู้ดูแล/เจ้าของหอทันที: ขอให้เปลี่ยนเวร/จัดการอย่างเป็นทางการ ถ้าปล่อยผ่านจนรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง
- วางแผนย้ายแบบปลอดภัย: แพ็กของช่วงกลางวัน ชวนเพื่อน/ญาติมาช่วย หรือใช้บริการขนย้ายที่มีคนไปด้วย อย่าขนของลำพังตอนดึก
สุดท้ายเราย้ำกับตัวเองเสมอว่า “เราไม่ได้เรื่องมาก” ที่เลือกย้ายออก ที่พักควรเป็นที่ที่พักใจได้จริง ๆ ถ้าหอไหนทำให้ต้องระแวงทุกครั้งที่เดินเข้าทางเดิน หรือไม่กล้ากลับห้องตอนค่ำ ต่อให้เป็นทำเลทอง ก็ไม่ใช่ ‘หอพักคนดี’ สำหรับเรา
เคยเจอประสบการณ์ตรงกับตัว ผู้ชายข้างห้องเป็น รปภ. ที่สังกัดอยู่ในบริษัท ที่เขาจะไม่แต่งเครื่องแบบ รปภ. ทั่วไป แต่จะใส่ชุดคล้ายทหาร (ไม่ใช่ลายพรางนะ) คือใส่ชุดสีดำ มีตรา มีหมวดเบเร่ต์ แต่พฤติกรรมของเจ้าตัวคือโรคจิตแบบเต็มขั้นเลย ฮีจะชอบเดินผ่านหน้าห้องเราประจำ ตรงหน้าห้องก็จะมีบานเกร็ด ที่ปกติก็จะปิดม่านไว้ตลอด นานๆทีถึงจะเปิด ช่วงกลางคืนเพื่อระบายอากาศในห้อง แล้วก็จะเห็นไอ้คนนี้มาแอบมองบ่อยๆ ชอบทำทีเป็นเดินผ่านหน้าห้องแต่มองเข้ามาในห้องตลอดทุกครั้ง แล้วก็เดินผ่านแบบนั้นผ่านไปผ่านมาแบบไม่มีจุดหมาย ก็คือไม่ได้ทำอะไร แค่อยากเดินผ่าน แรกๆก็แค่รำคาน แต่หลังๆจับได้ตอนที่ฮีนางพยายามจะเปิดเข้ามาในห้องตอนดึกๆ (ห้องล้อคอยู่เลยเปิดไม่ได้) เหมือนฮีนางจะเคยใช้กุญแจผีไขห้อง แต่ห้องมีกลอนล้อคอีกชั้นเลยไม่เป็นไร แล้วล่าสุดก่อนจะย้ายออก คือจับได้แบบคาหยังคาเขาว่าฮีนางมาแอบมองตรงหน้าต่างบานเกร็ด พอนางมองมาจ๊ะเอ๋กับเราที่มองอยู่นางก็สะดุ้งตกใจ แล้วก็หลบหน้าหายไป แต่เราก็ยังจ้องอยู่ จนสักพักนางก็ค่อยๆมาแอบมองใหม่ เพราะนึกว่าเราคงไม่มองแล้ว แต่ก็จ๊ะเอ๋เราอีก แล้วนางก็หนีกลับเข้าห้อง จนผ่านไปประมาณ 20 นาที นางก็ค่อยๆเปิดประตูห้องออกมา (เราได้ยินเสียง) นางก็มาแอบมองอีก ทีนี้เราไปยืนอยู่ตรงบานเกร็ดเลย ให้มันหลอนกันไปข้าง นางก็ตกใจเรา 5555 แล้วนางก็ทำทรงว่าจะเดินผ่านห้องเราไป นางก็เดินผ่านไปตรงบันได สักพักก็เดินกลับมาแบบย่องกลับมา นางก็ยังเจอเรายืนมองอยู่ นางก็ทำตัวไม่ถูก แล้วก็ทำทรงเดินผ่านไปผ่านมาหน้าห้องแล้ว แล้วก็บ่นเบาๆว่า ทำไมเรายังไม่นอนอีกทำอะไรอยู่ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เจอแค่ครั้งเดียว แต่ก่อนหน้านี้จับไม่ได้แบบคาหนังคาเขา สุดท้ายเราก็ย้ายออก แต่ก็ไม่สามารถดำเนินคดีหรืออะไรกับพฤติกรรมแบบนี้ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน แล้วเราก็ไม่มีแบคอัพที่จะมาคอยสนับสนุนด้วย การเป็นผู้หญิงอยู่ห้องคนเดียว ก็ต้องเซฟตัวเองให้มากๆ ในโลกใบนี้ต่อให้เบื้องหน้าจะดูดีแค่ไหน แต่จิตใจของคนมันยากแท้หยั่งถึงเสมอ 😂😂😂😂