5 Things to Do Found Unknowns in Food‼️
😳 Hello, people of Mon... 🍋
Based on the fingerprint shop, we made a claim.
There's an agent from the store who uses lemon 8.
He has provided assistance by contacting him.
Today went to get ice cream
✅ summarize what should be done for the event.
Today I want to share it as a benefit for everyone.
Because food is not a small thing, 🍽️💥
❗️ 1. "Stop eating immediately" and keep the evidence.
Don't panic, but don't continue eating.
Keep the food, the receipt box. 📸
This one is very important!
❗️ 2. Take a picture + take a video when you find something wrong.
Don't wash. Don't leave. Don't change the food condition.
Because it's the best confirmation aid. 🥲✨
❗️ 3. Notify the store first.
Send photo-video to the store
Ask how to take action, such as checking the kitchen, compensating the goods.
Good shop, he must be responsible and checked. 🙏
❗️ 4. If the matter is heavy or the store is not responsible → Notify the agency.
The options are as follows
• Hotline, FDA 1556
• Provincial Public Health Office
• Municipalities / districts in the store area
This is for the safety of the "next consumer." 🚑🧪
❗️ 5. Abnormal symptoms? Go to the doctor immediately.
Abdominal pain, nausea, vomiting → Go to the hospital.
And get a medical certificate and keep the charges as evidence. 🧾
Just share it so others are careful.
The more it allows consumers to be knowledgeable.
For everyone to be careful, because food is very sensitive, we always have the right to a "clean, safe" diet and to know how to cope.
It will help us not to be disadvantaged + protect others too.
# My story # Direct experience # drain it out # Finger # Today's story
เพิ่มเติมจาก 5 ข้อหลัก เรามีทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ “การแจ้งเรื่องสิ่งปนเปื้อนในอาหาร” ได้ผลและปกป้องสิทธิเราได้มากขึ้น (จากประสบการณ์ที่เคยต้องติดต่อร้านเองเหมือนกัน) 1) ตั้งสติและ “แยกอาหารไว้” ให้สภาพเดิมที่สุด หลายคนเผลอคนอาหารต่อหรือหยิบสิ่งแปลกปลอมออกมาถ่ายรูปทีหลัง ภาพอาจดูไม่ชัดว่าเจอจากตรงไหน แนะนำให้วางจาน/กล่องไว้แบบเดิม แล้วถ่ายรูปมุมกว้างก่อน 1–2 รูป จากนั้นค่อยซูมจุดที่เจอสิ่งปนเปื้อน จะช่วยให้ร้านและหน่วยงานตรวจสอบเข้าใจง่ายขึ้น 2) ถ่ายภาพให้เห็น “บริบท” ที่จำเป็น นอกจากรูปสิ่งปนเปื้อนแบบใกล้ ๆ ควรถ่ายให้เห็น: - หน้ากล่อง/ฉลาก/สติ๊กเกอร์ (วันผลิต วันหมดอายุ) - เลขล็อตผลิต (Lot) ถ้ามี - ใบเสร็จหรือสลิปโอนเงิน - ชื่อเมนู สาขา วันที่-เวลาโดยประมาณที่ซื้อ เราเคยเจอว่าพอมีเลขล็อต ร้านจะไล่ตรวจย้อนกลับได้เร็วมาก ว่าเป็นรอบผลิตไหนหรือพนักงานกะไหน 3) เขียนข้อความแจ้งร้านให้ครบ “แต่สั้นและชัด” โครงที่เราใช้แล้วเวิร์กคือ: - เกิดอะไรขึ้น: พบสิ่งปนเปื้อนในเมนูอะไร - เมื่อไหร่/ที่ไหน: วันที่ เวลา สาขา ช่องทางสั่ง (หน้าร้าน/เดลิเวอรี) - หลักฐาน: แนบรูป/วิดีโอ + เลขล็อตผลิต - ความต้องการ: ขอให้ตรวจสอบกระบวนการ + แนวทางชดเชยที่เหมาะสม การคุยแบบมีข้อมูลทำให้เรื่องเดินไวกว่าอารมณ์ล้วน ๆ และยังสุภาพพอให้ร้านอยากช่วย 4) เก็บของกลางอย่างปลอดภัย (ถ้าจำเป็นต้องเก็บ) ถ้ารอร้านรับเคลม/รับตรวจ แนะนำปิดฝาให้สนิท แยกใส่ถุงซิป และแช่เย็นเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ หลีกเลี่ยงการจับสิ่งแปลกปลอมด้วยมือเปล่า ลดการปนเปื้อนเพิ่ม (และช่วยให้หลักฐานน่าเชื่อถือ) 5) ประเมินอาการตัวเองหลังทานเข้าไป ถ้าเผลอกินไปแล้ว ให้สังเกตอาการอย่างน้อย 24–48 ชม. เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีไข้ หรือผื่นแพ้ หากมีอาการให้ไปพบแพทย์ทันที และขอใบรับรองแพทย์/ใบเสร็จค่ารักษาเก็บไว้ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญหากต้องร้องเรียนหรือขอชดเชย 6) เมื่อไหร่ควร “แจ้งหน่วยงาน” เลย ถ้าเป็นกรณีหนัก ๆ เช่น มีเลือด แมลง/หนอน สิ่งมีคม เศษแก้ว หรือร้านปฏิเสธความรับผิดชอบ แนะนำแจ้ง อย. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมแนบหลักฐานทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกับผู้บริโภคคนต่อไป สรุปคือ เจอสิ่งปนเปื้อนในอาหารอย่ารีบทิ้ง ให้เก็บหลักฐานให้ครบ (รูป/วิดีโอ กล่อง ใบเสร็จ เลขล็อตผลิต) แล้วคุยกับร้านอย่างเป็นระบบ ถ้าไม่คืบค่อยยกระดับไปหน่วยงาน และอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอันดับแรก

