自動翻訳されています。元の投稿を表示する

これ食べて!ニキビ好き❤️😨

「食べないで」とは言わなかった。

しかし、いつでもニキビ、ニキビ、炎症。

最初に減らしてみてください

あなたの肌を観察してください👀

おそらく、にきびはスキンケアから来るものではないかもしれません。

それは「私たちが毎日食べるもの」から来ています。

誰か同じですか?

すぐにデザートを食べる。ニキビアップ。🥲

#にきび #ニキビの炎症 #自分でニキビを治療する #にきび #レモン8 in vite to talk

1/25 に編集しました

... もっと見るถ้าคุณกำลังเจอ “สิวใต้ราวนม” (ตรงแนวบราหรือใต้หน้าอก) บอกเลยว่าเป็นจุดที่หลายคนเป็นซ้ำ ๆ เพราะทั้งอับชื้น เหงื่อ เสียดสี และบางทีอาหารที่กินทุกวันก็ทำให้สิวอักเสบง่ายขึ้นด้วย จากที่เราลองสังเกตตัวเอง ช่วงไหนที่ของหวานจัด ๆ จะเห็นชัดว่าผิวมันขึ้นเร็วและสิวอักเสบมาไว โดยเฉพาะวันไหนกินเค้ก/โดนัท/เบเกอรี่ หรือดื่มชานมไข่มุก น้ำหวาน น้ำอัดลม สิวมักจะมาแบบ “ตุ่มแดงเจ็บ” แถวใต้ราวนมหรือแนวเสื้อชั้นใน พอลดน้ำตาลลง 1–2 สัปดาห์ ผิวจะนิ่งขึ้นและสิวใหม่ขึ้นน้อยลง อีกกลุ่มที่เรารู้สึกว่าเกี่ยวคือ “ของทอด ของมัน” โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันทรานส์หรือมันเยิ้ม ๆ เพราะบางคนจะกระตุ้นให้ผิวมันและอุดตันง่ายขึ้น ถ้าช่วงไหนสิวใต้ราวนมกำลังเห่อ ลองลดของทอดและของมันก่อน แล้วดูว่าตุ่มอักเสบยุบไวขึ้นไหม เรื่องนมก็เป็นอีกจุดที่หลายคนสงสัย เราเคยเป็นช่วงดื่มนมวัว/เวย์บ่อย ๆ แล้วสิวชอบขึ้นซ้ำบริเวณเดิม (รวมถึงคาง แก้ม และจุดที่ผิวมัน) เลยลองพักนมวัวสักระยะหรือสลับเป็นตัวเลือกอื่น แล้วดูว่าร่างกายตอบสนองยังไง เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน นอกจากอาหาร “ปัจจัยเฉพาะจุดใต้ราวนม” ก็สำคัญมาก: - เหงื่อ + ความอับชื้น: ออกกำลังกายแล้วไม่อาบน้ำ/ไม่เปลี่ยนเสื้อเร็ว สิวจะเห่อ - การเสียดสี: บรารัดแน่น ตะเข็บเสื้อ หรือสายบราถูซ้ำ ๆ ทำให้ระคายเคืองจนเป็นสิว - ผลิตภัณฑ์อุดตัน: ครีมทาผิวที่หนักเกินไปหรือกันแดดทาตัวที่เหนอะ อาจทำให้เกิดสิวอุดตันบริเวณนี้ วิธีดูแลที่เราทำแล้วช่วย (แบบไม่โหดกับตัวเอง): 1) หลังเหงื่อออก รีบอาบน้ำ/เช็ดตัวให้แห้ง และเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที 2) เลือกบราที่ระบายอากาศดี ไม่รัดแน่นเกิน ลดการเสียดสี 3) ทำความสะอาดผิวบริเวณใต้ราวนมให้พอดี ไม่ถูแรง (ยิ่งถู ยิ่งอักเสบ) 4) ถ้าสิวเป็นตุ่มแดงเจ็บ ให้หลีกเลี่ยงการแกะ/บีบ เพราะรอยดำจะอยู่นานมาก 5) ลองทำ “ไดอารี่อาหาร” 7–14 วัน โดยเฉพาะน้ำตาล ชานม ของทอด นมวัว และอาหารแปรรูป/โซเดียมสูง แล้วดูว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นของเรา ถ้าสิวใต้ราวนมเป็นซ้ำไม่หยุด คันมาก เป็นผื่นวง ๆ หรือเหมือนรูขุมขนอักเสบถี่ ๆ ทั้งแถบ อาจไม่ใช่สิวอย่างเดียว (บางทีอาจมีเชื้อรา/การระคายเคืองร่วมด้วย) กรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยให้ตรงจุดค่ะ