ทุบโต๊ะ! AI ทำงานไม่ถูกใจเลย

7 เทคนิค ใช้คำสั่งกับ ”Gemini“

ไม่ว่า AI อัพเดตยังไง ทำงานได้ตรงเป๊ะถูกใจ

ไม่หงุดหงิด คนทำงานต้องรู้ (เซฟเก็บไว้เลย)

[1] คนที่ลองใช้ AI หรือ Gemini มักจะบ่นว่า

“ทำไมมันตอบไม่ตรงคำถามเลย”

“ตอบมาแบบหุ่นยนต์ อ่านแล้วรู้เลยว่า AI เขียน”

.

จนสุดท้ายก็พาลเลิกใช้ไป บอกว่ามันไม่เวิร์ค

.

ผมบอกเลยว่า จริงๆ แล้ว Gemini เขาฉลาดมากครับ

แต่ปัญหาคือ เราอาจจะยัง “สั่งงานไม่เป็น”

.

เหมือนเรามีพนักงานเก่งๆ จบด็อกเตอร์มา

แต่เราสั่งงานเขาว่า “ไปทำอะไรก็ได้ ให้มันดีๆ หน่อย”

เขาก็คงงง แล้วทำออกมาไม่ถูกใจเราใช่ไหมครับ

.

วันนี้ผมเลยสรุป “7 เทคนิค เขียน Prompt (คำสั่ง)”

ที่ผมใช้จริง แล้วช่วยลดเวลาทำงานไปได้มหาศาล

ได้ผลลัพธ์ที่ “เป๊ะ” จนแทบไม่ต้องแก้

.

เรามาลุยกันครับว่ามีอะไรบ้าง

แล้วเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ

.

ลุยยยยยยยย 🔥

.

[2] 1. กำหนดบทบาท ให้ชัดเจนก่อนเริ่ม

.

ยุคนี้ถ้าอยู่ๆ เดินไปสั่งเลย AI มันจะตอบกลางๆ

เหมือนคนรู้ทุกเรื่องแต่ไม่เก่งสักเรื่อง

.

แต่ถ้าผมแนะนำ ควรบอกมันก่อนเลยว่า

“คุณคือใคร” และ “มีความเชี่ยวชาญด้านไหน”

.

เช่น “คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ ประสบการณ์ 10 ปี”

.

หรือ “คุณคือ Copywriter มือหนึ่งที่

เขียนบทความขายของเก่งมาก”

.

พอเรากำหนดบทบาทชัดเจน AI จะดึงคลังความรู้

ในด้านนั้นๆ ออกมาใช้ได้ตรงจุดมากขึ้น

ภาษาที่ใช้ก็จะดูเป็นมืออาชีพในสายงานนั้นทันที

.

[3] 2. ให้บริบท เหมือนบรีฟงานลูกน้อง

.

หลายคนชอบถามสั้นๆ ห้วนๆ

เช่น “เขียนแคปชั่นขายครีมให้หน่อย”

ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นแคปชั่นกว้างๆ ที่ใครๆ ก็เขียนได้

.

ผมตอบเลย ถ้าพี่ยังบรีฟงานแบบนี้

พี่จะได้งานเกรด C กลับไปแน่นอน

.

ขอให้ “เชื่อผม”

.

ลองใส่รายละเอียดเข้าไปครับ สินค้าคืออะไร

กลุ่มลูกค้าคือใคร (อายุ, เพศ, ความสนใจ)

จุดเด่นของสินค้าคืออะไร คู่แข่งคือใคร

.

เช่น “ช่วยเขียนแคปชั่นขายครีมกันแดด

สำหรับสาวออฟฟิศ

ที่กลัวหน้าหมองจากแสงไฟนีออน

จุดเด่นคือเนื้อบางเบา ไม่เหนียว”

.

ยิ่งข้อมูลเยอะ AI ยิ่งทำงานได้ “คม” มากขึ้นครับ

.

[4] 3. ระบุรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ

.

อยากได้คำตอบแบบไหน สั่งให้ชัดไปเลยครับ

อย่าปล่อยให้ AI เดาใจเรา

.

อยากได้เป็น บทความยาวๆ, เป็นข้อๆ (Bullet points),

เป็นตารางเปรียบเทียบ, หรือเป็น Code โปรแกรม

.

หรือแม้แต่ระบุความยาว เช่น

“ขอสั้นๆ ไม่เกิน 3 บรรทัด”

หรือ “ขอละเอียด เขียนมา 5 ย่อหน้า”

.

การระบุ Format จะช่วยให้เราได้งานที่

เอาไปใช้งานต่อได้เลยทันที ไม่ต้องมานั่งจัดหน้าใหม่

ประหยัดเวลาชีวิตไปได้เยอะมากครับ

.

[5] 4. ใส่โทนเสียง ให้ได้อารมณ์มากขึ้น

.

ข้อนี้สำคัญมาก และหลายคนพลาด

ทำให้งานเขียนออกมาดูแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์

.

เราสามารถสั่งได้เลยครับว่าอยากได้น้ำเสียงแบบไหน

เช่น “ตลก ขี้เล่น เป็นกันเอง”, “ทางการ น่าเชื่อถือ”,

“ดราม่า กินใจ”, หรือ “ดุดัน จริงจัง”

.

หรือจะสั่งว่า

“ใช้ภาษาพูด เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน” ก็ได้

.

Gemini จะปรับคำศัพท์และรูปประโยค

ให้เข้ากับอารมณ์ที่เราต้องการทันที

ทำให้งานเขียนดูมี “จิตวิญญาณ” มากขึ้นครับ

.

[6] 5. ยกตัวอย่างให้ AI ดู

.

ถ้าอธิบายไม่ถูก

ก็เอาตัวอย่างให้ดูเลย

.

อยากได้สไตล์การเขียนแบบไหน

ก๊อปปี้บทความเก่าๆ หรือตัวอย่างที่ดี

ใส่ลงไปใน Prompt แล้วบอกว่า

.

“ช่วยเขียนเรื่องใหม่

โดยใช้สไตล์การเขียนแบบในตัวอย่างนี้”

.

วิธีนี้จะช่วยให้ AI เข้าใจโครงสร้าง ภาษา

และจังหวะการเล่าเรื่อง

ได้แม่นยำที่สุด เรียกว่า Copy เกรด A มาเลย

.

ทำให้เราเจอคอนเทนต์นางฟ้าได้ง่ายขึ้นเยอะครับ

.

[7] 6. บอกสิ่งที่ “ห้ามทำ”

.

บางทีเราไม่อยากได้อะไร ก็ต้องบอกดักไว้ก่อน

เพื่อกันไม่ให้ AI ออกนอกลู่นอกทาง

.

เช่น “ห้ามใช้คำศัพท์ยากๆ”, “ห้ามขายของตรงๆ”,

“ห้ามใช้ Hashtag ภาษาอังกฤษ”, “ห้ามยาวเกินไป”

.

การตีกรอบแบบนี้ จะช่วยกรองสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป

เหลือแต่เนื้อๆ เน้นๆ ที่เราต้องการจริงๆ

.

[8] 7. คุยต่อ อย่าเพิ่งจบแค่ครั้งเดียว

.

ถ้าคำตอบแรกยังไม่ถูกใจ อย่าเพิ่งท้อครับ

ให้คุยโต้ตอบกับเขาต่อ เหมือนเราตรวจงานลูกน้อง

.

“ขอให้ปรับตรงนี้ให้สั้นลงหน่อย”

“ตรงนี้ดูทางการไป ขอวัยรุ่นกว่านี้”

“เพิ่มตัวอย่างประกอบในข้อ 2 ให้หน่อย”

.

Gemini สามารถจำบริบทก่อนหน้าได้

เราสามารถสั่งแก้เป็นจุดๆ ได้เลย

ปรับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ “Perfect” ที่สุด

.

[9] การใช้ AI ไม่ใช่แค่การพิมพ์ถาม

แต่คือศิลปะการสื่อสาร

.

ถ้าเราเข้าใจหลักการนี้ เราจะมี “ผู้ช่วยอัจฉริยะ”

ที่ทำงานแทนเราได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่บ่นสักคำ

.

ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ

เพราะตรงนี้ จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา

เอาเวลาไปโฟกัสเรื่องกลยุทธ์

หรือเรื่องสำคัญอื่นๆ ได้อีกเยอะ

.

ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ไวกว่าคู่แข่งแน่นอน

.

ถ้าชอบบทความเทคนิคดีๆ แบบนี้

พิมพ์ “ขอบคุณ” เป็นกำลังใจเล็กๆ ให้ผมหน่อยนะครับ

.

และติดตามเพจ “หัวหน้าแบงค์ fullfunnel”

จนกว่าคุณจะใช้ AI จนคล่องนะครับ

.

ขอบคุณครับ 🙏🏻

#หัวหน้าแบงค์fullfunnel #สอนใช้AI #aiforbusiness #ใช้aiทำงาน #Gemini

3/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผมเคยเจอปัญหาเดียวกับหลายๆ คนที่ใช้ AI ช่วยงาน แล้วรู้สึกว่างานที่ได้ไม่ตรงใจ เท่าที่ลองใช้ AI Gemini มา ผมพบว่าเทคนิคการสั่งงาน หรือเขียนคำสั่งมีผลสำคัญต่อคุณภาพของผลลัพธ์มาก จากประสบการณ์ ผมแนะนำให้มุ่งเน้นที่การสื่อสารกับ AI เหมือนกับเรากำลังสั่งงานพนักงานมืออาชีพ ไม่ใช่แค่พิมพ์ถามปัญหาแบบสั้นๆ ทื่อๆ ยกตัวอย่างเช่นการกำหนดบทบาท เช่น บอกว่า “คุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ที่มีประสบการณ์ 10 ปี” จะช่วยให้ AI เข้าใจบริบทและเลือกใช้ศัพท์เฉพาะทางได้เหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ การให้รายละเอียดบริบทของงานเหมือนการบรีฟงานกับลูกน้อง ก็ช่วยทำให้งานออกมาคมชัดขึ้น เช่น ระบุสินค้าที่ขาย กลุ่มเป้าหมาย จุดเด่น และคู่แข่ง จะทำให้ AI สร้างแคปชั่นหรือข้อความโฆษณาที่ตอบโจทย์และโดดเด่น อีกเทคนิคที่ผมใช้บ่อยคือ การบอกโทนเสียงหรืออารมณ์ที่ต้องการ เช่น ตลก ขี้เล่น หรือทางการ น่าเชื่อถือ เพราะทำให้เนื้อหาที่ได้ไม่แข็งทื่อ อ่านแล้วจูงใจและเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ผมชอบใช้การยกตัวอย่างสไตล์การเขียนให้ AI ดูประกอบด้วย การทำแบบนี้ช่วยให้ผลลัพธ์ยิ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่ต้องการ เพราะ AI จะเลียนแบบโครงสร้างและจังหวะการเล่าเรื่องได้ดี บางครั้งผมจะบอกสิ่งที่ไม่ต้องการ หรือข้อจำกัด เช่น ไม่ใช้คำศัพท์ยากๆ หรือไม่ให้ข้อความยาวเกินไป เพื่อให้ AI ไม่หลุดกรอบและเรายกของที่ไม่จำเป็นออกไป สุดท้ายคือการไม่หยุดเพียงแค่คำตอบแรก คุยกับ AI ต่อ ปรับแก้จุดต่างๆ เหมือนเราตรวจงานลูกน้อง จนได้ผลงานที่เต็มเปี่ยมและตรงใจที่สุด สำหรับใครที่เริ่มต้นใช้ Gemini บอกเลยว่าการเข้าใจศิลปะของการสื่อสารกับ AI เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณมีผู้ช่วยอัจฉริยะเคียงข้างตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาโฟกัสกลยุทธ์ธุรกิจได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็ว

ค้นหา ·
เทคนิคใช้ gemini ให้ได้ผล