#ปัดตาดต้องปรารภความสงบ..." การปัดตาดไม่ตั้งจิตตั้งใจ ไม่ปรารภความสงบอันนั้นเป็นเรื่องกิเลสแล้ว

#ปัดตาดต้องปรารภความสงบ

..." การปัดตาดไม่ตั้งจิตตั้งใจ ไม่ปรารภความสงบอันนั้นเป็นเรื่องกิเลสแล้ว และไม่ใช่เพียงเท่านั้น เขายังจะแสดงอะไรต่อมิอะไรต่อไปอีก การปัดตาดก็หยาบไม่ละเอียด คำว่าหยาบไม่ละเอียดคือปัดก็ไม่ทั่วถืง ลวกๆ หยาบๆ ไป ปัดไปสักแต่ว่าให้แล้วๆ เดินผ่านๆ ไป พอแล้วๆ ไม่รู้จะรีบไปไหน

... จะว่ารีบกลับไปสรงน้ำ เดินจงกรมก็ไม่ใช่ รีบไปรวมกันเป็นคู่เป็นหมู่ไม่รู้ไปแตกฉานปฏิภาณมาจากไหน เรื่องที่พูดกันไม่ใคร่จะหมดจะสิ้นที่จะพูด ส่วนมากเป็นอย่างนั้น เรื่องของความไม่สงบในจิตในใจชอบเป็นอย่างนั้น

... ถ้าหากว่าปรารภความสงบภายในจิตในใจ หลังจากการปัดตาดเรียบร้อยแล้วรีบเดินจงกรมทันที ให้รีบสรงน้ำแล้วให้รีบเข้าทางเดินจงกรมเพราะกลัวว่าจะค่ำเสียก่อน และกลัวเวลาจะหมดไป "

_______________________________________________

น้อมกราบโอวาทธรรม...พ่อแม่ครูอาจารย์

พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร

( หลวงปู่แบน ธนากโร )

🙏🙏🙏

Cr.Creator

7/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ปฏิบัติธรรม การปัดตาดหรือการทำความสะอาดจิตใจไม่ควรทำไปอย่างลวกๆ หรือรีบร้อน หากทำโดยไม่ตั้งจิตตั้งใจและไม่ปรารภความสงบเลย อาจกลายเป็นการเติมเต็มกิเลสหรือความฟุ้งซ่านได้เหมือนเดิม การปัดตาดด้วยใจที่สงบและมีสมาธิ จะช่วยทำให้จิตใจสะอาดและพร้อมรับการปฏิบัติธรรมขั้นต่อไป เช่น การเดินจงกรมหรือการสรงน้ำในพิธีกรรม การรีบเร่งทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่มีการรับรู้หรือความตั้งใจเต็มที่ก็เปรียบเสมือนการทำให้จิตใจไม่สงบ การพูดคุยหรืออยู่ในกลุ่มแบบไม่ตั้งใจ ก็อาจส่งผลให้ความสงบในใจที่พยายามสร้างสรรค์ลดลง สิ่งที่สำคัญคือการใส่ใจในแต่ละขั้นตอนของการปฏิบัติ ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการปัดตาดด้วยใจที่สงบ จากนั้นค่อยๆ ปล่อยใจให้มีสมาธิและความสงบอย่างจริงจัง การทำเช่นนี้จะช่วยให้ความสงบภายในจิตใจคงทนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้เข้าใจธรรมะและโอวาทของหลวงปู่แบน ธนากโร ได้ดีขึ้นด้วย สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น การปฏิบัติธรรมในลักษณะนี้อาจต้องใช้เวลาปรับตัวและฝึกฝนใจให้มีสมาธิมากขึ้น การฝึกจิตแบบนี้เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการความสงบที่แท้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เพียงในขณะปฏิบัติ แต่ควรส่งผลต่อสภาพจิตใจโดยรวมอย่างยั่งยืน