เต่าหดคอและขาอยู่ในกระดองของตน🐥ลูกไก่เจาะเปลือกไข่

เต่าหดคอและขาอยู่ในกระดองของตน

🐥ลูกไก่เจาะเปลือกไข่

🐥THE MASTER

🙏🙏🙏

กุมมสูตร [๓๒๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว มีเต่าตัวหนึ่ง เที่ยวหากิน อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยแห่งหนึ่งในเวลาเย็น สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งก็ได้เที่ยวหากินอยู่ ที่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยแห่งหนึ่งในเวลาเย็น เต่าได้แลเห็นสุนัขจิ้งจอกซึ่งเที่ยวหากินอยู่ แต่ไกลแล้ว ก็หดอวัยวะ ๕ ทั้งหัว (หดขาทั้ง ๔ มีคอเป็นที่ ๕) เข้าอยู่ในกระดอง ของตนเสีย มีความขวนขวายน้อย นิ่งอยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฝ่ายสุนัขจิ้งจอก ก็ได้แลเห็นเต่าซึ่งเที่ยวหากินอยู่แต่ไกลแล้ว เข้าไปหาเต่าถึงที่แล้ว ได้ยืนอยู่ใกล้ เต่าด้วยคิดว่า เวลาใดเต่าตัวนี้จักเหยียดคอหรือขาข้างใดข้างหนึ่งออกมา เวลานั้น เราจักงับมันฟาดแล้วกัดกินเสีย เวลาใด เต่าไม่เหยียดคอหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง ออกมา เวลานั้น สุนัขจิ้งจอกก็หมดความอาลัย ไม่ได้โอกาส จึงหลีกไปจากเต่า ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารผู้ใจบาปอันท่านทั้งหลายเข้าใกล้อยู่เสมอๆ แล้ว ก็คิดว่า บางทีเราจะพึงได้โอกาสทางจักษุ หู จมูก ลิ้น กายหรือใจ ของภิกษุ เหล่านี้บ้าง เพราะฉันนั้นแล ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย อยู่ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว อย่าถือนิมิต อย่าถืออนุพยัญชนะ จงปฏิบัติเพื่อสำรวม จักขุนทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌา และโทมนัสครอบงำนั้น ชื่อว่ารักษาจักขุนทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ฟังเสียงด้วยหู... ดมกลิ่นด้วยจมูก... ลิ้มรสด้วยลิ้น... ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย... รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้ว อย่าถือนิมิต อย่าถืออนุพยัญชนะ จงปฏิบัติเพื่อ สำรวมมนินทรีย์ ที่เมื่อไม่สำรวมแล้ว จะพึงเป็นเหตุให้อกุศลธรรมอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัสครอบงำนั้น ชื่อว่ารักษามนินทรีย์ ชื่อว่าถึงความสำรวมใน มนินทรีย์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เวลาใด ท่านทั้งหลายจักเป็นผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ทั้งหลายอยู่ เวลานั้นมารผู้ใจบาปก็จักหมดความอาลัย ไม่ได้โอกาส หลีกจากท่าน ทั้งหลายไป ดุจสุนัขจิ้งจอกหมดความอาลัยหลีกจากเต่า ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ฯ [๓๒๑] ภิกษุผู้มีใจตั้งมั่นในมโนวิตก อันตัณหามานะและทิฐิไม่ อิงอาศัย ไม่เบียดเบียนผู้อื่นดับกิเลสได้แล้ว ไม่ติเตียนผู้ใด ผู้หนึ่ง เหมือนเต่าหดคอและขาอยู่ในกระดองของตน ฉะนั้น ฯ จบสูตรที่ ๓

.พุทธพจน์.

🙏🙏🙏

3/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากเรื่องราวของเต่าที่หดคอและขาไว้ในกระดองเพื่อป้องกันภัยจากสุนัขจิ้งจอก เราสามารถเรียนรู้ถึงการดูแลและปกป้องตนเองในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุและอุปสรรคได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ประสบการณ์ส่วนตัวที่อยากแบ่งปัน คือการนำหลักของการสำรวมทวารทั้งห้า — การเห็น ฟัง ดม ลิ้มรส และสัมผัส — มาใช้ในการดูแลจิตใจตนเองในช่วงเวลาที่เจอความเครียดและวุ่นวาย การไม่ยึดติดกับนิมิตหรือนึกคิดลบๆ ที่ผ่านเข้ามา ทำให้จิตใจสงบและมีความมั่นคงเหมือนเต่าที่หดตัวหลบภัยในกระดอง อีกทั้งเรื่องเต่ายังเป็นภาพแทนที่ชัดเจนในการเรียนรู้ที่จะไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางตา หู จมูก ปาก กาย หรือใจในทางที่ทำร้ายตัวเอง เช่น ความโลภ โทสะ และความหลง การปฏิบัติธรรมแบบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัดหรือชีวิตผู้ปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อรับมือกับอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เรื่องนี้ยังเตือนใจเราว่า มารหรืออุปสรรคทางใจนั้นจะเข้ามาใกล้เราก็ต่อเมื่อมีช่องโหว่ หรือจุดอ่อนในใจ หากเรารู้จักป้องกันและรักษาจิตใจในทุกช่วงเวลาโดยไม่หลงใหลในสิ่งยั่วยุต่างๆ ก็จะไม่ถูกครอบงำด้วยอกุศลธรรมเหมือนเต่าที่ไม่มีโอกาสเหยียดคอออกมาให้ศัตรูจับได้ ท้ายที่สุด เรื่องเต่าหดคอจึงไม่ใช่เรื่องของเต่าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นบทเรียนธรรมะที่ช่วยให้เรามีวิธีดูแลจิตใจ มีสติและรู้จักเลี่ยงความทุกข์ที่จะเกิดจากใจของเราเอง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนเรียนรู้การสำรวมใจเพื่อความสุขและความสงบที่แท้จริงในชีวิตประจำวัน