มัทฉะหนึ่งถ้วยไม่ได้มีแค่ความขมหรืออูมามิ แต่มีเรื่องราวตั้งแต่สายพันธุ์จนถึงมือของคนชง 🍵✨

📍 C.P.S. Coffee Roasterสาขา Sukhumvit 53 cpscoffee x shibakirien_shizuoka

มือใหม่เรื่องมัทฉะอย่างผม และคนที่กำลังเริ่มสนใจมัทฉะ แต่ยังสงสัยว่าทำไมบางตัวหวาน บางตัวเข้ม หรือบางตัวมีกลิ่นต่างกัน Workshop นี้จะช่วยอธิบายทุกอย่างได้แบบเข้าใจง่ายขึ้น

Beyond The Bowl คือ Workshop ที่ C.P.S. Coffee Roaster จัดร่วมกับ Shibakirien เกษตรกรผู้ปลูกชาจากจังหวัดชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น พาเราไปรู้จักมัทฉะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งสายพันธุ์ใบชา การเพาะปลูก ขั้นตอนการแปรรูป และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สร้างคาแรกเตอร์ให้มัทฉะแต่ละตัวแตกต่างกัน

จากเรื่องราวในไร่ชา ก็มาถึงการชงมัทฉะแบบดั้งเดิมกับผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น ได้เรียนรู้ทั้งวิธีตีมัทฉะ จังหวะการใช้แปรง และความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังมัทฉะหนึ่งถ้วย

ตอนนี้ที่ร้านเค้ามีมัทฉะจาก Shibakirien ให้ลองทั้งหมด 3 สายพันธุ์

🍃 Saemidori โทนหวานนุ่ม อูมามิชัด ดื่มง่าย

🌿 Okumidori เนื้อสัมผัสครีมมี่ รสลุ่มลึก และมีโทนสาหร่ายบางๆ

🌱 Tsuyuhikari กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ สดชื่น และมีมิติของรสชัดขึ้น

ใครเพิ่งเริ่มดื่ม สามารถเลือกจากคาแรกเตอร์ที่ตัวเองชอบได้เลย ส่วนสายมัทฉะจริงจัง แนะนำให้ลองเทียบทั้ง 3 ตัว จะเห็นชัดว่ามันต่างกันยังไง

เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้เข้าใจว่า เบื้องหลังมัทฉะหนึ่งถ้วยมีทั้งพื้นที่ เวลา ความรู้ และความตั้งใจของคนปลูกซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด

8/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสำหรับใครที่เริ่มสนใจมัทฉะและอยากเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่ามัทฉะแต่ละถ้วยไม่ใช่แค่ชาผงสีเขียวที่ขมอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวของต้นชาและวิธีชงที่พิถีพิถัน ผมขอแชร์ประสบการณ์จากการเข้าร่วม Workshop Beyond The Bowl ซึ่งจัดขึ้นที่ C.P.S. Coffee Roaster สาขาสุขุมวิท 53 ร่วมกับ Shibakirien เกษตรกรผู้ปลูกชาจากชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่ผมได้เรียนรู้ตั้งแต่แนวทางการปลูกและเก็บใบชาสด สายพันธุ์ใบชาแต่ละตัวที่สร้างรสชาติและกลิ่นหอมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในงานนี้เน้นไปที่ 3 สายพันธุ์หลักจาก Shibakirien คือ Saemidori ที่มีรสชาติหวานนุ่ม อูมามิชัดเจน และดื่มง่ายมาก เหมาะแก่ผู้เริ่มต้น ส่วน Okumidori จะมีเนื้อสัมผัสที่ครีมมี่ และรสชาติลึกซึ้งซึ่งมีโทนสาหร่ายอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างไปอีกแบบ และสุดท้าย Tsuyuhikari ที่มีกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ สดชื่น พร้อมรสชาติที่มีมิติและชัดเจนมากขึ้น ทุกตัวมีคุณสมบัติเฉพาะที่โดดเด่นโดยไฮไลต์สำคัญคือผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นสาธิตการตีชาและใช้แปรงมัทฉะอย่างละเอียด ทั้งเรื่องของจังหวะและเทคนิค รวมถึงความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอน สิ่งที่ผมประทับใจคือการที่ได้สัมผัสมัทฉะหลากรสชาติจากสายพันธุ์เดียวกันแต่ไม่เหมือนกัน ซึ่งช่วยทำให้เราเข้าใจถึงความลึกซึ้งของมัทฉะมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้ว่ากว่าที่เราจะได้รับมัทฉะหนึ่งถ้วย ต้องผ่านกระบวนการเพาะปลูก การเก็บใบ การแปรรูป และการชงอย่างพิถีพิถันโดยชาวไร่และผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดจริงๆ ถ้าคุณเป็นมือใหม่แนะนำให้เริ่มจากการเลือกมัทฉะที่ชอบรสชาติหวานนุ่มอย่าง Saemidori แล้วค่อยๆ ลองตัวอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง หรือถ้าเป็นคนชอบมัทฉะจริงจังก็ไม่ควรพลาดโอกาสเปรียบเทียบสามสายพันธุ์นี้ด้วยตัวเอง นี่คือประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจเรื่องมัทฉะอย่างลึกซึ้ง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนรักชาในกรุงเทพฯ