Automatically translated.View original post

10 Shantou people will get rich and only one will get home!

There used to be statistics saying that 10 Shantou people would get rich and only one person would go home!

Do you know that more than your ancestors

Of Thai people of Chinese descent arriving

From the Chinese port city of Shantou.

What will it take to break through on the move?

Uncertain natural disasters. Famine.

The distance and length of months.

And the word "pillow mat" is based on a true story!

3/21 Edited to

... Read moreเมื่อได้อ่านเรื่องราวของบรรพบุรุษชาวซัวเถาที่ต้องเสี่ยงชีวิตออกเดินทางจากเมืองท่าซัวเถาไปยังไทย ผมรู้สึกซาบซึ้งและตระหนักถึงความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ ผมเองก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีน และผ่านการศึกษาประวัติศาสตร์ครอบครัวมาบ้าง จึงรู้ว่าการเดินทางในสมัยก่อนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ในยุคนั้นยังไม่มีเครื่องบิน ไม่มีเรือเหล็ก เพียงแต่ใช้เรือสำเภาไม้ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "เรือหัวแดง" หรือ "เรือหัว" เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติอย่างมรสุม พายุและคลื่นลมที่รุนแรง การเดินทางแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานเป็นเดือน กว่าจะถึงดินแดนใหม่อย่างประเทศไทยได้ สภาพบนเรือก็ไม่สะดวกสบาย มีทั้งคน อาหารและเสบียงจำกัด ทำให้เกิดความอดอยากและโรคระบาดไปพร้อมกัน ยิ่งคนที่ล้มป่วยก็ไม่มีโอกาสรอดชีวิตมากนัก อีกทั้งการจะกลับบ้านได้ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้กลับไปนั้นเป็นคนร่ำรวย มีทุนทรัพย์และได้เตรียมตัวก่อนเดินทางเพื่อให้พ้นอุปสรรคเหล่านี้ นอกจากนี้คำว่า "เสื่อผืนหมอนใบ" ที่เรามักได้ยินกัน ก็มีที่มาจากสิ่งของจำเป็นที่ชาวอพยพต้องนำติดตัวไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ดินใหม่ เช่น เสื่อผืนที่นอน หมอนใบสำหรับพักผ่อนในวันหน้า ทุกอย่างล้วนเป็นของใช้ที่มีความหมายลึกซึ้งกับชีวิตผู้ที่เดินทางอพยพ ผมรู้สึกว่าเรื่องราวเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นใจและเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ของครอบครัวและชุมชนอย่างลึกซึ้งขึ้น รวมถึงความพยายามและความอดทนของคนรุ่นก่อน ที่ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวันนี้ ถ้าใครสนใจก็ควรจะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชาวแต้จิ๋ว-ซัวเถาเพิ่มเติม เพราะมันแสดงถึงความอดทนและความหวังที่ยิ่งใหญ่ในการเดินทางข้ามชาติและสร้างชีวิตใหม่ที่ต่างแดนอย่างแท้จริง