A city that used to be almost deserted but was saved by "Japanese ghosts"!
A city that used to be almost deserted but was saved by "Japanese ghosts"!
This is a secret city in Japan that many people may not know yet.
From a fishing town that was so critical that people moved out.
And it almost became a deserted city, but they turned the crisis around.
To be an opportunity to draw on the city's legendary icons.
To create the whole city into a world of ghosts, or 'yokai'.
ถ้าใครกำลังหา “เมืองผีญี่ปุ่น” แบบที่ไม่ได้ผีจริงแต่บรรยากาศสนุกๆ ชวนหลอนนิดๆ ต้องลองมาที่ซาไกมินาโตะ (境港市 / Sakaiminato) เลยค่ะ เมืองนี้อยู่แถบซันอิน และเคยเป็นเมืองประมงที่เจอช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในยุค 90s บวกกับปัญหาในวงการประมง ทำให้คนย้ายออก เมืองเงียบลงมาก แต่สุดท้ายเขาเอาของดีประจำเมืองกลับมาปลุกให้คึกคัก—ก็คือผลงานของ Mizuki Shigeru ผู้สร้าง “เกะเกะเกะ คิทาโร่” (ゲゲゲの鬼太郎) นั่นเอง ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือถนนสายหลักที่คนมาเดินเล่นกัน (หลายคนเรียกกันว่า Mizuki Shigeru Road) ตลอดทางจะเจอ “รูปปั้นโยไค” กระจายอยู่เต็มเมือง ตอนนี้มีมากกว่า 178 ตัวแล้ว เดินไปก็เหมือนหลุดเข้าโลกโยไคจริงๆ มีทั้งตัวดังๆ จากเรื่องคิทาโร่ ไปจนถึงโยไคหน้าตาแปลกๆ ที่ถ่ายรูปขึ้นมาก โดยส่วนตัวเราชอบความตั้งใจของเมืองมาก เพราะรูปปั้นไม่ได้วางรวมๆ กันเฉยๆ แต่ซ่อนตามมุมร้าน ข้างทาง หรือหน้าสถานที่ต่างๆ ทำให้การเดินเป็นเหมือนเกมล่าขุมทรัพย์ อีกอย่างที่สนุกมากคือ “สมุดสะสมแสตมป์โยไค” หรือ Yokai Guidebook ไอเทมที่ควรมีติดตัว ใครชอบฟีลสะสมแต้มจะเพลินสุดๆ เราเดินตามจุดที่กำหนดแล้วกดแสตมป์ไปเรื่อยๆ เหมือนทำภารกิจท่องเมือง พอมีสมุดแล้วการเดินจะมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่เดินถ่ายรูปอย่างเดียว หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโยไคอย่าง “ผีสาวปากฉีก” (Kuchisake-onna) ที่ชอบถามว่า “ฉันสวยไหม” เมืองนี้ก็มีฟีลเล่าเรื่องผีญี่ปุ่นได้เหมือนกัน แต่ขอย้ำว่าไม่ได้เป็นเมืองผีหลอนจริงๆ นะคะ เป็นธีมวัฒนธรรมความเชื่อ/นิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นมากกว่า เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องเล่าหลอนๆ แบบอ่านแล้วสนุก ไม่หนักจนเครียด ทิปส์เล็กๆ จากเรา: เผื่อเวลาเดินชิลๆ อย่างน้อยครึ่งวัน ใส่รองเท้าที่เดินสบาย และถ้าอยากได้รูปสวยๆ ให้ไปช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะนุ่ม รูปปั้นโยไคจะดูมีมิติมากขึ้น สุดท้ายถ้าเป็นสายอนิเมะ/มังงะ แนะนำทำการบ้านเรื่องคิทาโร่ไปนิดนึง จะอินกับรายละเอียดตามจุดต่างๆ มากขึ้น แล้วจะเข้าใจเลยว่าเมืองนี้ “รอด” ได้เพราะหยิบตัวตนของตัวเองขึ้นมาเล่าใหม่อย่างฉลาดมากๆ























































































