Common Sense ไม่มีอยู่จริง!!!

.

คำว่า "ใช้ Common Sense หน่อย"

เป็นประโยคที่ผมได้ยินจากหัวหน้างานบ่อยมาก

เวลาลูกน้องทำงานไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง

.

หลายคนมักพูดว่า

"เรื่องแค่นี้ก็น่าจะรู้สิ"

"ทำไมไม่มี Common Sense เลย"

.

แต่ทุกครั้งที่ได้ยินประโยคนี้

ผมมักตั้งคำถามกลับว่า...

หรือจริง ๆ แล้ว ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Common Sense ของลูกน้อง

แต่อยู่ที่ การสื่อสารของหัวหน้า ก็ได้

เพราะสิ่งที่หัวหน้ามองว่าเป็นเรื่องธรรมดา

อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับคนอีกคน

.

สิ่งที่เราเรียกว่า Common Sense

แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นสามัญสำนึกที่ทุกคนมีเหมือนกัน

.

แต่มันเกิดจาก...

>>ประสบการณ์ชีวิต

>>สิ่งแวดล้อมที่เติบโตมา

>>วัฒนธรรมขององค์กรเดิม

>>การศึกษา

>>คุณค่าและความเชื่อ

>>วิธีที่แต่ละคนถูกสอนให้ทำงาน

.

เมื่อพื้นฐานไม่เหมือนกัน

วิธีคิดจึงไม่เหมือนกัน

ผู้นำหลายคนจึงเผลอคาดหวังว่า

ลูกน้องจะเข้าใจ

โดยที่ยังไม่เคยอธิบาย

หรือคิดว่า "ทุกคนก็น่าจะรู้"

.

ทั้งที่ในความเป็นจริง...

คนไม่ได้ทำผิด เพราะไม่มี Common Sense เสมอไป

แต่อาจเป็นเพราะ

เขาไม่เคยได้รับ Common Understanding ต่างหาก

.

ผมเชื่อว่า...หน้าที่ของผู้นำ

ไม่ใช่การคาดหวังให้ทุกคนคิดเหมือนเรา

แต่คือการทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน

.

เมื่อความคาดหวังชัดเจน

บริบทชัดเจน

เหตุผลชัดเจน

คนส่วนใหญ่ก็พร้อมที่จะทำงานได้ดี

เพราะสุดท้ายแล้ว...

ปัญหาหลายครั้งไม่ได้เกิดจากการที่คนไม่มี Common Sense

แต่เกิดจากการที่ทีมยังไม่มี Common Understanding ร่วมกัน

.

ก่อนจะบอกว่า "ลูกน้องไม่มี Common Sense"

ลองถามตัวเองก่อนว่า

"เราได้สื่อสารจนเกิด Common Understanding แล้วหรือยัง?"

.

เพราะการสื่อสารที่ดี

ไม่ได้ทำให้คนคิดเหมือนกัน

แต่ทำให้คน เข้าใจตรงกัน

.

คุณเคยเจอสถานการณ์ที่คิดว่า

"เรื่องนี้ทุกคนน่าจะเข้าใจเหมือนกัน"

แต่สุดท้ายกลับเข้าใจไม่ตรงกันหรือไม่?

มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ...

#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร

#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร

#PsychologicalLeadership #Arthittalk

www.aptslutions.com

2 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับทีมต่างๆ ผมพบว่า คำว่า "Common Sense" ที่หลายคนพูดถึงบ่อยครั้ง กลับกลายเป็นดาบสองคมที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในที่ทำงานได้ สิ่งหนึ่งที่เราอาจมองข้ามคือการยึดถือความรู้หรือประสบการณ์ส่วนตัวของเราเป็นมาตรฐานว่าสิ่งใดคือ "สามัญสำนึก" หรือสิ่งที่ทุกคนควรจะรู้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนมีพื้นฐานและแนวทางความคิดที่แตกต่างกัน อันเนื่องจากประสบการณ์ชีวิต สภาพแวดล้อมที่เติบโตมา วัฒนธรรมองค์กรเดิม รวมถึงวิธีการเรียนรู้และความเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในองค์กรที่มีคนจากหลากหลายพื้นฐาน การไม่ชัดเจนหรือขาดการสื่อสารเฉพาะเจาะจงมักทำให้เกิดปัญหาความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน หลายครั้งที่หัวหน้าหรือลูกน้องอาจคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเข้าใจสิ่งที่พูดโดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ธรรมดาสำหรับคนหนึ่งอาจไม่ใช่ธรรมดาสำหรับอีกคนเลย ดังนั้น วิธีแก้ไขที่ผมเห็นผลดี คือการสร้าง "Common Understanding" หรือ "ความเข้าใจร่วมกัน" ขึ้นมาอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมในแต่ละเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน การตั้งความคาดหวังอย่างชัดเจนและการสื่อสารบริบท เหตุผล และสิ่งที่ต้องการอย่างละเอียด จะช่วยลดช่องว่างของความเข้าใจที่แตกต่างกันได้อย่างมาก นอกจากนี้ การยอมรับว่าเราอาจไม่ได้เข้าใจมุมมองหรือประสบการณ์ของผู้อื่นอย่างสมบูรณ์ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปรับวิธีการสื่อสารและเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น สำหรับใครที่เคยรู้สึกว่าลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน "ไม่มี Common Sense" ลองกลับมาถามตัวเองดูว่าทุกคนได้รับข้อมูลและการอธิบายที่เพียงพอหรือยัง เพื่อให้ทุกคนมีพื้นฐานความเข้าใจตรงกันก่อนลงมือทำงานร่วมกัน สุดท้าย การพัฒนาทีมให้มี Common Understanding ร่วมกันไม่เพียงแต่ลดปัญหาและความผิดพลาดในการทำงาน แต่ยังเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เห็นครีมออกใหม่แล้วอยากลองเลย? เดี๋ยวก่อน! 😳 ก่อนจะซื้อสกินแคร์หรือครีมบำรุงตัวใหม่ ควรเช็กให้แน่ใจว่า “ปลอดภัย เหมาะกับผิวเรา” ไม่ใช่แค่ตามกระแสเท่านั้น นี่คือ 5 เช็กลิสต์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณเลือกครีมได้แบบมือโปร 🩵 ✅ 1. เช็ก “ส่วนผสม (Ingredients)” ก่อนเสมอ อ่านฉลากด้านหลังขวดทุกครั้ง! หล
Raonathailand

Raonathailand

ถูกใจ 0 ครั้ง

ทำนิสัยแบบนี้ จะไม่มีเพื่อนคบ‼️
🚨 เตือน! 5 นิสัยที่เพื่อนจะเริ่ม "ตีตัวออกห่าง" ในมหา'ลัย 🙅‍♀️ การเข้ามหาวิทยาลัยคือการเข้าสู่สังคมใหม่ที่ผู้คนหลากหลาย การมีเพื่อนที่ดีจะช่วยให้การเรียนและชีวิตในรั้วมหา'ลัยสนุกขึ้นมาก แต่บางครั้งนิสัยบางอย่างที่เราไม่รู้ตัว ก็อาจเป็น กำแพง ที่ทำให้เพื่อนค่อย ๆ ตีตัวออกห่างได้ มาเ
Namsdailyy

Namsdailyy

ถูกใจ 892 ครั้ง

ภาพด้านนอกอาคาร KINN Habitat สไตล์มินิมอล มีต้นไม้ประดับตามชั้นต่างๆ และระบุระยะทางเดินจาก MRT Clarke Quay และ Raffles Place
ป้ายบอกชั้นในโฮสเทล KINN Habitat แสดงห้องพักส่วนตัวที่ชั้น 6 และห้องพักรวมที่ชั้น 4 พร้อมลิฟต์และทางออกฉุกเฉิน
ทางเดินสะอาดตาภายในโฮสเทล KINN Habitat มีป้าย EXIT และข้อมูลว่าห้องพักรวมรองรับ 10 คน พร้อมรหัสผ่านเข้าห้องและล็อกเกอร์ส่วนตัว
Hostel Singapore ย่าน Clarke Quay
รีวิว Hostel Singapore เป็นการพักโฮสเทลครั้งแรกในชีวิต และเป็นในต่างประเทศด้วย แต่เราดูจากรีวิวหลายๆช่องทาง ดูน่าเชื่อถือและดูปลอดภัย จึงเลือกที่นี่ ที่ที่เราเลือกพักคือ KINN Habitat โรงแรมดีไซน์สไตล์มินิมอล ย่าน Clarke Quay ในสิงคโปร์ เป็นที่พักที่ค่อนข้างเดินทางสะดวกเพราะสามารถเดินจาก MRT Clarke
Khunmoome

Khunmoome

ถูกใจ 2 ครั้ง

สันดานไม่เคยเปลี่ยน !!
สันดานไม่เคยเปลี่ยน !! @all #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #lemon8ไดอารี่
ข่าวมันส์ทันเหตุการณ์

ข่าวมันส์ทันเหตุการณ์

ถูกใจ 0 ครั้ง

มัดรวมที่เที่ยวเชียงใหม่ 2025 ✨
สถานที่📍พิกัด Proud proud proud ShuHomemade Fringe neighborhood The Baristro Asian Style Magokoro Teahouse by มีใจให้มัทฉะ Lanna Toscana Fimue chao Chao #เที่ยวเชียงใหม่ #ที่เที่ยวเชียงใหม่ #เชียงใหม่2025 #เที่ยวเชียงใหม่ที่ไหนดี #เชียงใหม่
º·˚♡ Peenie 💌

º·˚♡ Peenie 💌

ถูกใจ 25 ครั้ง

ภาพหน้าปกแสดงตัวเลข 7 สีแดงขนาดใหญ่ พร้อมข้อความว่า \"เซนส์แรงที่สุด SIXTH SENSE\" และ \"วันเกิด\" ด้านหลังมีเงารูปมือคล้ายกำลังกดอยู่บนกระจกฝ้า สร้างบรรยากาศลึกลับ
ภาพแสดงอันดับคนเกิดที่มีเซนส์น้อยที่สุดถึงปานกลาง ได้แก่ อันดับ 7 วันอาทิตย์, อันดับ 6 วันจันทร์, อันดับ 5 วันศุกร์ และอันดับ 4 วันพฤหัส��บดี พร้อมคำอธิบายแต่ละวัน
ภาพแสดงอันดับคนเกิดที่มีเซนส์แรงที่สุด ได้แก่ อันดับ 3 วันพุธ, อันดับ 2 วันอังคาร และอันดับ 1 วันเสาร์ พร้อมคำอธิบายแต่ละวัน โดยมีภาพเงาคล้ายโครงกระดูกอยู่ด้านบน
จัดอันดับ 7 วันเกิด ใครเซนส์แรงที่สุด ❗️
มาจัดอันดับกันว่าใน 7 วันเกิดนี้ ใครมีเซนส์เรื่องสิ่งลี้ลับมากที่สุด ❗️ #ติดเทรนด์ #เซนส์แรงสุด #สัมผัสที่6 #ลี้ลับ #วันเกิด
ลี้ลับแล็บ 🧪

ลี้ลับแล็บ 🧪

ถูกใจ 445 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม