หลายครั้ง เราไม่ได้ตั้งใจสื่อสารไม่ชัด
แต่สมองของเรากำลังเล่นกลบางอย่าง
ที่เรียกว่า Curse of Knowledge
.
เมื่อเรารู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดี
เราจะเผลอคิดว่าคนอื่นก็น่าจะรู้เหมือนกัน
จึงอธิบายสั้นเกินไป ข้ามรายละเอียดสำคัญ
หรือใช้คำที่มีความหมายเฉพาะสำหรับตัวเอง
.
ผลลัพธ์คือเกิด Communication Gap
คนพูดคิดว่าพูดชัดแล้ว
ส่วนคนฟังกลับตีความอีกแบบหนึ่ง
.
ในฐานะหัวหน้างานหรือผู้นำ
การสื่อสารที่ดีไม่ใ ช่การพูดให้ครบ
แต่คือการตรวจสอบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเข้าใจ
ตรงกับสิ่งที่เราต้องการสื่อหรือไม่
.
บางครั้ง การถามเพิ่มเพียงประโยคเดียวว่า
"ผมอธิบายชัดไหม หรือมีตรงไหนที่อยากให้ขยายเพิ่ม?"
อาจช่วยลดความเข้าใจผิดได้มากกว่าการพูดเพิ่มอีกหลายประโยค
.
เพราะปัญหาการสื่อสารจำนวนมาก
ไม่ได้เกิดจากการไม่พูด
แต่เกิดจากการคิดว่าอีกฝ่ายรู้อยู่แล้ว...
#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร
#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร
#PsychologicalLeadership #Arthittalk
www.aptslutions.com
จากประสบการณ์ในการทำงานกับทีม ผมพบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความคิดที่ว่า เมื่อเรารู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดีแล้ว ก็จะสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนโดยอัตโนมัติ แต่ความจริงคือสมองเราจะข้ามรายละเอียดที่สำคัญหรือใช้คำเฉพาะที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจ การเกิด Communication Gap จึงเป็นเรื่องปกติที่ทำให้การทำงานมีปัญหา การใช้เทคนิคง่าย ๆ อย่างการถามว่า "อธิบายชัดไหม หรือมีตรงไหนที่อยากให้ขยายเพิ่ม?" สามารถสร้างความมั่นใจว่าคนฟังเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อจริง ๆ นอกจากนี้ การฟังและสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็สำคัญ เพราะบางครั้งแม้คำพูดจะครบถ้วน แต่ถ้าเราไม่ตรวจสอบการรับรู้ ก็ยังอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ นอกจากหัวหน้างานแล้ว คนในองค์กรทุกระดับควรตระหนักถึง Curse of Knowledge และตั้งใจสื่อสารอย่างระมัดระวัง ไม่สมมติว่าคนอื่นรู้เหมือนเรา และเปิดใจรับคำถามหรือคำขอให้ขยายความอย่างเต็มใจ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุด การสื่อสารที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่การพูดเยอะๆ แต่คือการทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ต้องฝึกฝนและใส่ใจเหมือนเช่นการถามเพื่อเช็คความเข้าใจอย่างจริงจังนั่นเอง
