หลายครั้ง เราไม่ได้ตั้งใจสื่อสารไม่ชัด

แต่สมองของเรากำลังเล่นกลบางอย่าง

ที่เรียกว่า Curse of Knowledge

.

เมื่อเรารู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดี

เราจะเผลอคิดว่าคนอื่นก็น่าจะรู้เหมือนกัน

จึงอธิบายสั้นเกินไป ข้ามรายละเอียดสำคัญ

หรือใช้คำที่มีความหมายเฉพาะสำหรับตัวเอง

.

ผลลัพธ์คือเกิด Communication Gap

คนพูดคิดว่าพูดชัดแล้ว

ส่วนคนฟังกลับตีความอีกแบบหนึ่ง

.

ในฐานะหัวหน้างานหรือผู้นำ

การสื่อสารที่ดีไม่ใช่การพูดให้ครบ

แต่คือการตรวจสอบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายเข้าใจ

ตรงกับสิ่งที่เราต้องการสื่อหรือไม่

.

บางครั้ง การถามเพิ่มเพียงประโยคเดียวว่า

"ผมอธิบายชัดไหม หรือมีตรงไหนที่อยากให้ขยายเพิ่ม?"

อาจช่วยลดความเข้าใจผิดได้มากกว่าการพูดเพิ่มอีกหลายประโยค

.

เพราะปัญหาการสื่อสารจำนวนมาก

ไม่ได้เกิดจากการไม่พูด

แต่เกิดจากการคิดว่าอีกฝ่ายรู้อยู่แล้ว...

#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร

#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร

#PsychologicalLeadership #Arthittalk

www.aptslutions.com

7/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการทำงานกับทีม ผมพบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความคิดที่ว่า เมื่อเรารู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดีแล้ว ก็จะสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนโดยอัตโนมัติ แต่ความจริงคือสมองเราจะข้ามรายละเอียดที่สำคัญหรือใช้คำเฉพาะที่คนอื่นอาจไม่เข้าใจ การเกิด Communication Gap จึงเป็นเรื่องปกติที่ทำให้การทำงานมีปัญหา การใช้เทคนิคง่าย ๆ อย่างการถามว่า "อธิบายชัดไหม หรือมีตรงไหนที่อยากให้ขยายเพิ่ม?" สามารถสร้างความมั่นใจว่าคนฟังเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อจริง ๆ นอกจากนี้ การฟังและสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็สำคัญ เพราะบางครั้งแม้คำพูดจะครบถ้วน แต่ถ้าเราไม่ตรวจสอบการรับรู้ ก็ยังอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ นอกจากหัวหน้างานแล้ว คนในองค์กรทุกระดับควรตระหนักถึง Curse of Knowledge และตั้งใจสื่อสารอย่างระมัดระวัง ไม่สมมติว่าคนอื่นรู้เหมือนเรา และเปิดใจรับคำถามหรือคำขอให้ขยายความอย่างเต็มใจ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท้ายที่สุด การสื่อสารที่ดีที่สุดไม่ใช่แค่การพูดเยอะๆ แต่คือการทำให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ต้องฝึกฝนและใส่ใจเหมือนเช่นการถามเพื่อเช็คความเข้าใจอย่างจริงจังนั่นเอง