ทำไมคนทำงาน...ถึงชอบตีความสีหน้าของหัวหน้า

หัวหน้าเดินผ่านโดยไม่ยิ้ม

ลูกทีมคิดว่า "เราทำอะไรผิดหรือเปล่า?"

หัวหน้าตอบแชตสั้นกว่าปกติ

ลูกทีมเริ่มกังวลว่า "เขาไม่พอใจเราหรือเปล่า?"

.

ทั้งที่ความจริง...

หัวหน้าอาจแค่กำลังเหนื่อย

กำลังรีบ

หรือกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ก็ได้

.

สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะสมองของเรามีกลไก 3 อย่างทำงานพร้อมกัน

1. Negativity Bias

สมองให้น้ำหนักกับสัญญาณด้านลบมากกว่าด้านบวก

รอยยิ้ม 10 ครั้ง อาจถูกลืมได้

แต่สีหน้าที่นิ่งเพียงครั้งเดียว

กลับถูกจำไปทั้งวัน

.

2. Threat Detection

สมองถูกออกแบบมาให้ตรวจจับภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว

.

โดยเฉพาะเมื่อคนคนนั้น

มีอำนาจประเมินผลงาน

กำหนดอนาคต

หรือส่งผลต่อความมั่นคงในการทำงานของเรา

.

สมองจึงไวต่อทุกสีหน้า น้ำเสียง

และท่าทางของหัวหน้ามากกว่าคนทั่วไป

.

3. Story Making

เมื่อข้อมูลมีไม่ครบ

สมองจะรีบแต่งเรื่องขึ้นมา

เพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น

.

จากแค่... "วันนี้หัวหน้าไม่ยิ้ม"

กลายเป็น...

"หัวหน้าไม่พอใจเรา"

"เราคงทำงานพลาด"

"หรือเขาจะเรียกไปคุย?"

.

ทั้งที่ทั้งหมด...

เป็นเพียงเรื่องราวที่สมองสร้างขึ้น

ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

.

ในฐานะผู้นำ

อย่าลืมว่า

สีหน้า ความเงียบ และน้ำเสียง

ก็เป็นการสื่อสารเช่นกัน

.

และในฐานะคนทำงาน

อย่าเพิ่งเชื่อทุกเรื่องที่สมองเล่าให้ฟัง

เพราะบางครั้ง...สิ่งที่เรากังวลมาตลอดทั้งวัน

อาจไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลย

.

คนเราไม่ได้เครียดเพราะความจริงเสมอไป แต่หลายครั้ง...เครียดเพราะเรื่องราวที่สมองสร้างขึ้น

จากข้อมูลเพียงเล็กน้อย

#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร

#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร

#PsychologicalLeadership #Arthittalk

www.aptslutions.com

8/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ในการทำงานและการสังเกตพฤติกรรมของทีมงานหลายครั้ง พบว่าความกังวลและการตีความสีหน้าหรือท่าทางของหัวหน้า เป็นปัญหาที่แพร่หลายมากในองค์กร โดยเฉพาะเมื่อหัวหน้าไม่แสดงออกอย่างชัดเจน เช่น ไม่ยิ้มหรือพูดตอบแชตสั้นๆ ทำให้ลูกทีมเริ่มสร้างเรื่องราวในหัว เช่น "หัวหน้าไม่พอใจเรา" หรือ "เราทำงานผิดพลาด" ซึ่งเป็นผลจากกลไกของสมองสามอย่างคือ Negativity Bias ที่ทำให้เราจดจำเรื่องร้ายแรงมากกว่าดี, Threat Detection ที่สมองถูกตั้งโปรแกรมให้ระวังภัยจากคนที่มีอำนาจประเมินผลงาน และ Story Making ที่สมองพยายามเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลที่ขาดหายจนกลายเป็นเรื่องราวบางครั้งเกินจริง ประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าการเข้าใจกลไกเหล่านี้ช่วยลดความกังวลลงได้มาก เช่น เมื่อตั้งคำถามกับตัวเองว่า "สีหน้าไม่ยิ้มของหัวหน้า วันนี้เกิดจากอะไรจริงๆ?" และลองแยกแยะความจริงกับเรื่องที่สมองสร้างขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจหรือวิตกกังวล นอกจากนี้ การพูดคุยตรงๆ กับหัวหน้าเพื่อขอคำชี้แจงหรือตรวจสอบความเข้าใจเป็นวิธีที่ดีในการลดปัญหานี้ ทำให้ได้ข้อเท็จจริงแทนที่จะปล่อยให้ความคิดลบพาไปไกล ในมุมของหัวหน้าเอง การรู้ว่าลูกทีมอาจตีความผิด จึงควรสื่อสารอย่างชัดเจนและแสดงออกทางสีหน้าหรือน้ำเสียงที่ช่วยให้ลูกทีมรู้สึกมั่นใจ ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาการสื่อสารที่ลดประสิทธิภาพการทำงานและทำให้บรรยากาศในทีมตึงเครียด สุดท้าย การฝึกสติและการรับรู้ความคิดตัวเอง ช่วยให้เรารับมือกับความเครียดที่เกิดจาก "เรื่องราวที่สมองสร้างขึ้น" ได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องเครียดเพราะความจริงเสมอไป ทั้งนี้ทำให้การทำงานสบายใจขึ้นและบรรยากาศในที่ทำงานมีความสุขและสร้างสรรค์มากขึ้น