ทุกครั้งที่เราพูด Yes กับงานหนึ่ง
เรากำลังพูด No กับบางอย่างเสมอ
.
คนทำงานเก่ง
ไม่ได้เก่งเพราะ "รับทุกงาน"
แต่เก่งเพราะรู้ว่า...
งานไหนควรรับ และงานไหนควรปฏิเสธ
.
หลายคนกลัวการปฏิเสธงาน
กลัวถูกมองว่าไม่ช่วยทีม
กลัวหัวหน้าคิดว่าไม่ทุ่มเท
กลัวเสียโอกาส
หรือบางครั้งก็แค่อยากพิสูจน์ว่า "เราทำได้"
.
สุดท้ายจึงกลายเป็นคนที่...
งานอะไรก็รับ
ใครขออะไรก็ทำ
ทุกอย่างดูสำคัญไปหมด
.
แต่ปัญหาคือ
เวลา พลังงาน และสมาธิของเรามีจำกัด
.
เมื่อเราพูด Yes กับงานที่ไม่สำคัญ
เราอาจกำลังพูด No กับงานสำคัญกว่า
.
เมื่อเราพูด Yes กับทุก Request
เราอาจกำลังพูด No กับเวลาที่ควรใช้คิดงานให้ดี
.
และเมื่อเราพูด Yes จนเกิน Capacity
เราอาจกำลังพูด No กับคุณภาพของงานทั้งหมดโดยไม่รู้ตัว
.
นี่คือเหตุผลที่ Boundary และ Prioritization
เป็นทักษะสำคัญของคนทำงาน
.
การมี Boundary ไม่ได้แปลว่า
"นี่ไม่ใช่งานฉัน ฉันไม่ทำ"
แต่คือการกล้าถามว่า
"ถ้ารับงานนี้ อะไรควรถูกเลื่อนออกไป?"
.
และการ Prioritize
ไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างให้เสร็จ
แต่คือการรู้ว่า
อะไรสมควรได้รับเวลาและพลังงานของเรามากที่สุด
.
เพราะ Productivity ที่ดี
ไม่ใช่ความสามารถในการรับงานได้เยอะที่สุด
แต่คือความสามารถในการเลือกใช้ทรัพยากรท ี่มีจำกัด
กับสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ได้มากที่สุด
.
คนทำงานเก่ง จึงไม่ได้พูด Yes เก่งอย่างเดียว
แต่ต้องรู้ด้วยว่า...เมื่อไหร่ควรพูด No
#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร
#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร
#PsychologicalLeadership #Arthittalk
www.aptslutions.com
จากประสบการณ์ส่วนตัว การรู้จักพูด No อย่างเหมาะสมในงานนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด เมื่อต้องรับงานใหม่หลายครั้งเรามักกังวลว่าจะถูกมองว่าไม่เอาใจใส่หรือไม่ร่วมมือกับทีม แต่เมื่อผมได้เริ่มฝึกตั้งขอบเขตในการทำงาน พบว่าผลลัพธ์ของงานโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเราสามารถโฟกัสพลังงานไปยังงานที่สำคัญและส่งผลกระทบสูง ในช่วงแรกอาจรู้สึกไม่สบายใจหรือกังวลใจเมื่อต้องปฏิเสธงาน แต่การถามตัวเองก่อนเสมอว่า "งานนี้ช่วยให้เป้าหมายของฉันสำเร็จจริงหรือไม่?" และ "ถ้ารับงานนี้ งานเดิมใดต้องเลื่อนหรือตัดออก?" ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และทำให้เรารู้จักรักษาพลังงานและเวลา เพื่อให้คุณภาพงานในภาพรวมไม่ลดลง อีกประสบการณ์หนึ่งคือการจัดลำดับความสำคัญ (Prioritization) ไม่ใช่การพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน แต่เป็นการแยกแยะว่างานใดควรได้รับความสนใจมากที่สุด การตั้งขอบเขต (Boundary) จึงช่วยลดความเครียดและความไม่แน่นอนในงาน ทำให้สมาธิและประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ การบอก No อย่างสุภาพและมีเหตุผลยังช่วยสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างสมาชิกในทีมและหัวหน้างาน ทำให้ทุกคนมองเห็นความรับผิดชอบและคุณค่าของงานแต่ละชิ้นได้ชัดเจน การใช้แนวคิดและทักษะนี้ยังช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าจากการทำงานแบบ Overload และรักษาคุณภาพงานให้อยู่ในระดับสูงสุดตลอดเวลา
