มีเวลา 2 ชั่วโมง
ไม่ได้แปลว่า...เรามีพลังทำงาน 2 ชั่วโมง
.
คนทำงานจำนวนมากพยายามบริหารเวลาให้ดีขึ้น
จัดตารางแน่นขึ้น
แบ่งเวลาเป็นช่วง ๆ
พยายามใช้ทุกนาทีให้คุ้มที่สุด
.
แต่บางครั้ง สิ่งที่เราควรบริหารไม่ใช่แค่เวลา
แต่คือ พลังงานของตัวเอง
.
เพราะแม้ทุกคนจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน
แต่ระดับพลังงานของเราในแต่ละช่วงของวันไม่เท่ากัน
.
บางช่วงเราโฟกัสดี
คิดไว
ตัดสินใจได้ชัด
เหมาะกับงานที ่ต้องใช้ความคิดและความสร้างสรรค์
.
บางช่วงพลังงานลดลง
สมองเริ่มล้า
อาจเหมาะกับงาน Routine ประชุม
หรือตอบข้อความมากกว่า
.
แนวคิดของ Energy Management
พูดถึงเรื่องของการบริหารพลังงานว่า
ถ้ารู้ว่าตัวเองคิดดีที่สุดตอนเช้า
อย่าใช้เวลานั้นหมดไปกับอีเมลและงานจุกจิก
.
ถ้ารู้ว่าช่วงบ่ายสมาธิลดลง
ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเอางานที่ต้องใช้สมองหนักที่สุดไปวางตรงนั้น
.
ช่วงไหนของวัน ที่เรามีพลังดีที่สุดสำหรับงานสำคัญ?
จึงเป็นคําถามที่เหมาะสําหรับการบริหารพลังงาน
.
Productivity ที่ดี
จึงไม่ได้หมายถึงการทำงานให้เต็มทุกช่องเวลา
แต่คือการเอา งานที่ใช่
ไปวางใน ช่วงพลังงานที่เหมาะ
.
รวมถึงรู้ด้วยว่า
เมื่อไรควรพัก
เมื่อไรควรขยับร่างกาย
และเมื่อไรควรหยุด เพื่อให้พลังงานกลับมา
.
เพราะเราอาจไม่ได้หมดเ วลาไปกับงาน
แต่กำลังหมดพลังงานไปโดยไม่รู้ตัว
.
บริหารเวลาให้ดีครับ
แต่อย่าลืมบริหาร “พลังงาน” ของตัวเองด้วย
#ออแบท ดร.อธิษฐ์กร นิยมเดชาธีรฉัตร
#BatAthitkorn #นักจิตวิทยาองค์กร
#PsychologicalLeadership #Arthittalk
www.aptslutions.com
ในชีวิตประจำวัน ผมได้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากการมุ่งเน้นบริหารเวลาเพียงอย่างเดียว มาเป็นการบริหารพลังงานควบคู่กันไปด้วย พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อก่อนผมมักจะเร่งทำงานทุกช่วงเวลาที่มีว่างโดยไม่แบ่งแยกพลังงานตัวเองว่าอยู่ในจุดที่พร้อมสำหรับงานประเภทไหน เช่น งานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือการตัดสินใจสำคัญ ควรจะทำในตอนที่ร่างกายและสมองยังสดชื่น มีพลังมากที่สุด อย่างตอนเช้า แต่ผมกลับใช้เวลานั้นจัดการอีเมลหรืองานที่ไม่ซับซ้อน แทนที่จะเก็บงานที่ต้องใช้สมาธิไว้ในช่วงพลังงานสูง หลังจากเรียนรู้แนวคิด Energy Management ผมเริ่มสังเกตตัวเองว่า ช่วงเวลาไหนของวันที่พลังงานผมถึงขีดสุด เพื่อจัดสรรงานสำคัญลงไปในช่วงนี้ ส่วนช่วงที่พลังงานลดลงจะใช้ทำงานซ้ำๆ หรือตอบข้อความที่ไม่ต้องคิดมากมาก ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมองและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมได้ดีมาก นอกจากนี้ การให้เวลาพักที่เหมาะสม เช่น การเดินเล่นสั้นๆ หรือการหยุดพักหายใจลึกๆ ไม่เพียงแต่ทำให้พลังงานกลับมา แต่ยังช่วยให้จิตใจสงบและเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในงานต่อไปด้วย ผมยังพบว่า การนอนหลับคุณภาพสูงในยามค่ำคืน มีบทบาทสำคัญอย่างมากที่ส่งผลต่อพลังงานในวันถัดมา หากนอนน้อยหรือไม่นอนหลับลึก พลังงานในช่วงเวลาที่ดีที่สุดก็ลดลง ส่งผลต่อศักยภาพการทำงานโดยรวมได้ สรุปแล้ว "บริหารพลังงาน" ควบคู่กับ "บริหารเวลา" เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราอาจมีเวลา 2 ชั่วโมงเท่ากัน แต่พลังงานใน 2 ชั่วโมงนั้นอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายและการจัดการพลังงานที่เหมาะสมของแต่ละคน ลองสังเกตและทดลองจัดการพลังงานของตัวเองในแต่ละวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ
