Automatically translated.View original post

What's the difference between using Mark before bed 🌙 and before makeup 💄?

3/4 Edited to

... Read moreถ้าให้ตอบแบบจากที่ลองเองบ่อยๆ “มาส์กหน้าตอนไหนดีที่สุด” จริงๆ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของวันนั้นเลยค่ะ ระหว่างมาร์คก่อนนอนกับมาร์คหน้าก่อนแต่งหน้า ผลลัพธ์คนละฟีลมาก 1) มาร์คก่อนนอน (เน้นฟื้นฟู/กู้ผิวโทรม) วันที่รู้สึกว่าผิวล้า แห้ง หรือเริ่มไม่เรียบเนียน เราชอบใช้แนวกู้ผิวอย่าง Instant Boost / Rejuvenating mask ก่อนนอน เพราะมีเวลาทั้งคืนให้ผิวค่อยๆ รีคัฟเวอร์ ตื่นมามักจะรู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้น ดูอิ่มน้ำขึ้น และความแห้งเป็นขุยลดลง วิธีมาร์คหน้าก่อนนอนที่เราทำประจำ - ล้างหน้าให้สะอาด + ซับให้หมาด - โทนเนอร์/เอสเซนส์บางๆ (ถ้ามี) - แปะมาส์ก 10–15 นาที (ไม่แนะนำทิ้งนานจนแห้ง) - เอาออกแล้วนวดเอสเซนส์ที่เหลือให้ซึม - ปิดด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์/ครีมบางๆ เพื่อ “ล็อกความชุ่มชื้น” Tip: ถ้าวันไหนใช้แอคทีฟแรงๆ (เช่น เรตินอล/กรด) เราจะไม่ซ้อนมาส์กที่มีสารออกฤทธิ์เยอะ เพื่อกันระคายเคือง 2) มาร์คหน้า “ก่อนแต่งหน้า” (เน้นผิวฉ่ำทันที/เมคอัพติดทน) หลายคนถามว่า “มาร์คหน้าก่อนแต่งหน้าได้ไหม” ได้ค่ะ และเป็นวิธีที่เราหยิบบ่อยสุดเวลาต้องแต่งหน้าออกงาน/ถ่ายรูป เพราะช่วยให้ผิวดูฉ่ำเร็ว แต่งรองพื้นง่ายขึ้น จุดที่เห็นชัดคือเมคอัพเกาะผิวดีขึ้นและดูไม่แห้งเป็นคราบ วิธีมาร์คหน้า ก่อน แต่งหน้า (แบบไม่ทำให้หน้ามันเยิ้ม) - ล้างหน้า/ลงสกินแคร์เบาๆ - มาส์ก 5–10 นาทีพอ (เอาแค่ผิวฟู ไม่เอาหนัก) - เอามาส์กออกแล้ว “ซับส่วนเกิน” ด้วยมือหรือสำลีเบาๆ - ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบาง/เจล (ถ้าผิวแห้งมากค่อยเพิ่ม) - รอให้เซ็ตตัว 3–5 นาที ค่อยลงกันแดด/ไพรเมอร์/รองพื้น ข้อควรระวัง: ถ้ามาส์กชุ่มมากแล้วไม่ซับ อาจทำให้รองพื้นลื่น/เป็นขุยได้ โดยเฉพาะคนผิวมัน แล้ว “มาร์คหน้า ก่อน แต่งหน้า ดีไหม”? ส่วนตัวดีค่ะ ถ้าเลือกสูตรให้เหมาะ: วันแต่งหน้าเราเน้นสูตรเติมน้ำ ผิวดูฉ่ำเร็ว ไม่หนัก ไม่ทิ้งความมันเคลือบผิว และจำกัดเวลาไม่ให้เกิน 10 นาที สรุปเลือกตอนไหนโอเคกว่า? - ผิวโทรม ต้องการฟื้นฟูระยะยาว: มาร์คก่อนนอน - ต้องการผิวฉ่ำเร่งด่วน + เมคอัพติดทน: มาร์คก่อนแต่งหน้า สุดท้ายให้เลือกตามปัญหาผิวช่วงนั้นของแต่ละคนได้เลยค่ะ