แมทท์ขนมที่ฟินนนนน
ถ้าพูดถึง lip mousse ที่ฟีล “ลิปขนม” ส่วนตัวชอบตรงที่เนื้อจะเป็นมูสนุ่ม ๆ ไม่แห้งผากเหมือนลิปแมทบางตัว ทาแล้วให้ลุคปากฟุ้ง (blur) ดูละมุนแบบ finish look ที่ไม่ตกร่องง่าย และที่สำคัญคือไม่เหนียวเลย ระหว่างวันปากยังรู้สึกสบาย ๆ เหมาะกับคนที่อยากได้ลิปแมทท์ที่ชุ่มชื้น วิธีทาที่เราเวิร์กสุดคือแตะนิดเดียวก่อน เพราะเนื้อมูสมักจะกระจายตัวได้ดีมากกก จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยจากด้านในออกมาขอบปาก จะได้ลุคเบลอ ๆ แบบธรรมชาติ ถ้าอยากให้สีชัดขึ้นค่อยเลเยอร์เพิ่มทีละบาง ๆ จะช่วยให้สีติดทานและดูเรียบเนียนกว่าโบกหนาในรอบเดียว อีกอย่างที่ทำให้ lip mousse น่าใช้คือเอามาทาแก้มได้ง่ายมาก โดยเฉพาะวันที่อยากแต่งหน้าเร็ว ๆ เราจะป้ายเล็ก ๆ บนพวงแก้มแล้วใช้นิ้วตบ ๆ เนื้อจะเกลี่ยง่ายและกลืนกับผิวดี ทำให้โทนสีเมคอัพไปทางเดียวกันทั้งปากและแก้ม ได้ลุคหวาน ๆ แบบสาวเกาหลี แต่ต้องแนะนำให้เซ็ตแป้งบาง ๆ ถ้าผิวมัน เพื่อช่วยให้ติดทนขึ้น เรื่องสี ถ้าใครชอบโทนอุ่น ๆ แบบคอรัล (ฟีล Living Coral) จะช่วยให้หน้าดูสดใสทันที ส่วนโทนม่วงอมชมพูแนว Sugar Plum จะให้ลุคหวานแต่ดูแพงขึ้น เหมาะกับวันอยากแต่งเข้มขึ้นนิดนึง เลือกสีตามอันเดอร์โทนง่าย ๆ คือผิวโทนอุ่นไปทางคอรัล ผิวโทนเย็นลองชมพูม่วง ๆ แล้วจะรอด ทิปเล็ก ๆ ให้ลิปมูสติดทนนาน: ก่อนทาให้ซับปากด้วยทิชชู่และลงลิปบาล์มบาง ๆ (อย่าหนา) รอให้ซึมแล้วค่อยลง lip mousse จะช่วยให้ผิวปากเรียบขึ้น แล้วหลังทาเสร็จให้เม้มทิชชู่อีกครั้ง จะทำให้ลุคแมทกำลังดีและสีติดทานขึ้น สำหรับคนที่กังวลเรื่องกลิ่น เราว่าแบบ “ลิปขนม” จะค่อนข้างมีกลิ่นหอม ใครชอบแนวหอมหวานน่าจะฟิน แต่ถ้าแพ้ง่ายแนะนำให้เทสต์ก่อนเล็กน้อย สรุปคือถ้ากำลังหา lip mousse ที่เนื้อสบายปาก ไม่เหนียว เกลี่ยง่าย ให้ปากฟุ้งละมุน และใช้เป็นบลัชได้ในแท่งเดียว ตัวนี้เป็นสไตล์ที่น่าลองมาก ๆ