แชร์ประสบการณ์รีไฟแนนซ์ครั้งแรก
1. เราต้องเช็คสัญญากับธนาคารเดิมของเราก่อนว่าติดสัญญากี่ปี โดยส่วนมากสัญญา 3 ปี
2. เมื่อเช็คสัญญาเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มหาธนาคารที่เพื่อรีไฟแนนซ์ หรืออาจจะติดต่อธนาคารเดิมเพื่อทำเรื่องขอรีเทนชั่น(ลดอัตราดอกเบี้ย) แนะนำให้เริ่มหาก่อนครบสัญญาสัก 1 เดือนล่วงหน้า ของเราลองติดต่อกับธนาคารเดิมแล้วได้ดอกเบี้ย 3.14 แต่เป็น MLR-
3. เมื่อตัดสิ้นใจรีไฟแนนซ์แล้ว ขั้นต่อไ ปก็การเตรียมเอกสาร โดยเอกสารที่ใช้ก็มี สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน, สำเนาสัญญากู้ทุกวงเงิน, สำเนาใบเสร็จเดือนล่าสุดทุกวงเงิน, สำเนาโฉนด, สำเนาสัญญาจำนอง, สัญญาซื้อขายห้องชุด (หากเพิ่งเปลี่ยนงานต้องรอผ่านโปรก่อนนะถึงจะทำเรื่องรีไฟแนนซ์กับธนาคารได้ และอาจจะมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น สลิปเงินเดือนของที่ทำงานเดิม, ใบรับรองผ่านโปร เป็นต้น)
4. พอยื่นเอกสารกับธนาคารเรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อเรากลับมา เพื่อนัดหมายเข้าตรวจห้อง ก่อนวันตรวจห้องจะมีเจ้าหน้าที่โทรมา confirm วันเวลาที่จะเข้ามาตรวจ (เราไม่แน่ใจว่าเข้าจะโทร confirm ทุกธนาคารไหม)
5. พอตรวจห้องเรียบร้อยแล้ว ก็รอธนาคารติดต่อกลับมาว่าทางธนาคารอนุมัติสินเชื่อไหม
6. เมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ เราก็ตัดสินใจเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยที่เราต้องการได้เลย (ธนาคารบางแห่งเราอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่งเติม เช่น ค่าอากรแสตมป์, ค่าประกันอัคคีภัย, ค่าประกันสินเชื่อ, ค่าธรรมเนียมออกแคชเชียร์เช็ค ซึ่งบางธนาคารจะฟรีค่าใช้จ่ายพวกนี้ ซึ่งดอกเบี้ยอาจจะแพงกว่าธนาคารที่เราต้องเสียค่าใช้จ่ายพวกนี้เอง แต่ต้องลองคำนวนดูว่าระยะเวลา 3 ปีที่ติดสัญญาอยู่นั้น หากเราผ่อนตามยอดที่กำหนดธนาคารไหนต้นลดเยอะกว่ากัน ซึ่งบ้างครั้งธนาคารที่ดอกเบี้ยต่ำ แต่เรามีค่าใช้จ่ายแฝงที่เราต้องจ่าย เมื่อคำนวนดีๆแล้ว ธนาคารที่ดอกเบี้ยสูงกว่าแต่ไม่มีค่าแฝงต้นอาจจะลดเยอะกว่า ต้องลองคำนวนดูนะครับ)
7. เมื่อเราเลือกธนาคารได้แล้วก็ติดต่อธนาคารเพื่อทำการเซ็นเอกสารได้เลย และอย่าลืมติดต่อธนาคารเดิมเพื่อทำการไถ่ถอน โดยมีระยะเวลา 15 วันทำการไม่รวมวันหยุด (แนะนำเมื่อตัดสินใจเลือกธนาคารได้แล้วให้รีบติดต่อธนาคารเดิมได้เลย ธนาคารเดิมจะได้คำนวนยอดปิดให้เรา ยิ่งได้วันเร็วดอกเบี้ยจะได้ไม่เยอะ)
8. พอถึงวันไถ่ถอนเราก็เดินทางไปสำนักงานที่ดินได้เลย ทางธนาคารจะมีเจ้าหน้ามาหาเราในวันไถ่ถอน เราก็ทำเรื่องตามสเต็ปได้เลย แนะนำเตรียมเงินสดไปด้วยเพราะเราต้องจ่ายค่าจดจำนองหลักร้อย
👉 หวังว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะรีไฟแนนซ์บ้านนะครับ
การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและปรับสภาพการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนเริ่มต้นรีไฟแนนซ์ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น อัตราดอกเบี้ยแบบ MLR หรือแบบคงที่ เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายธนาคาร นอกจากนี้ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์ ค่าประกันอัคคีภัย และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์ในระยะยาว นอกจากเอกสารมาตรฐาน เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสลิปเงินเดือนย้อนหลัง ก็ยังมีเอกสารเฉพาะที่อาจต้องใช้ เช่น สัญญากู้เดิม โฉนดที่ดิน หรือสัญญาจำนอง และสำหรับผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนงาน ควรรอจนผ่านช่วงทดลองงาน หรือจัดเตรียมใบรับรองผ่านโปรเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือเรื่องรายได้ หลังจากยื่นเอกสาร ธนาคารจะมีการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีความสำคัญเพราะเป็นการประเมินมูลค่าบ้าน เพื่อกำหนดวงเงินกู้ที่เหมาะสม กระบวนการตรวจห้องและประสานงานจึงต้องพร้อมและละเอียดรอบคอบ การเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยเหมาะสมพร้อมกับไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก เพราะบางครั้งธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำอาจมีค่าใช้จ่ายมากกว่าธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เมื่อได้รับการอนุมัติสินเชื่อ อย่าลืมติดต่อธนาคารเดิมเพื่อทำการไถ่ถอนสินเชื่อเก่าให้ครบถ้วน ภายใน 15 วันทำการ ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกิดดอกเบี้ยค้างชำระเพิ่ม และขั้นตอนสุดท้ายที่สำนักงานที่ดิน ควรเตรียมเงินสดสำหรับค่าจดจำนองเล็กน้อยเพื่อเป็นการปิดกระบวนการอย่างสมบูรณ์ การรีไฟแนนซ์บ้านจึงเป็นช่องทางที่ดีในยุคนี้สำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระการผ่อนชำระและบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ หากเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบจะช่วยให้การรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องง่ายและคุณได้ประโยชน์สูงสุดจากสินเชื่อบ้านของคุณ
