Have you ever wanted to break up with your girlfriend because the precept is not the same?😮💨
The word canon is not always here referring to
There are financial restrictions, such as going out or eating each time, the girlfriend is willing to leave because the girl may not have enough money.
But women don't want to be a burden and don't dare to refuse or tell because they're embarrassed by the different life styles of eating and living.
Or financially, when the man has no problem, is willing to support, but the man is terminated. 🥺
Because I think I'm a burden and inappropriate to my girlfriend.
Has anyone ever had this feeling? Come on.# Ask to answerOr share.# Peak storyThis style can be heard. 🥺💖
คำว่า “ศีลไม่เสมอกัน” ในความสัมพันธ์ สำหรับเรามันไม่ใช่แค่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่คือ “ความสบายใจ” ที่ไม่เท่ากันเวลาใช้ชีวิตร่วมกันค่ะ บางคู่ฝ่ายหนึ่งชิลมากกับการเลี้ยง การจ่าย หรือการซัพพอร์ต แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกผิด รู้สึกเกรงใจ จนกลายเป็นความกดดันสะสม แล้วสุดท้ายตีความว่าเราไม่เหมาะกับเขา ถ้าคุณกำลังอยู่ในจุดที่อยากเลิกเพราะคิดว่าตัวเองเป็นภาระ ลองเช็ก 3 สัญญาณนี้ก่อนนะคะ 1) เรา “อาย” มากกว่าที่จะ “ขอบคุณ” เวลารับความช่วยเหลือ เช่น ไปกินข้าว/ไปเที่ยวแล้วเขาออกให้ เราไม่ได้รู้สึกดี แต่รู้สึกด้อย 2) เราเริ่มหลีกเลี่ยงกิจกรรมคู่ เพราะกลัวค่าใช้จ่าย เช่น ไม่กล้าชวนไปเดต ไม่กล้ารับคำชวน 3) เราไม่กล้าพูดตรงๆ เลยใช้การถอยห่าง/บอกเลิกแทนการคุย สิ่งที่ช่วยได้จริง (จากประสบการณ์คุยกับแฟน/คนรอบตัว) คือ “คุยให้ชัด” แบบไม่กล่าวโทษค่ะ ลองเปิดประเด็นประมาณนี้ - “เราดีใจที่เธออยากดูแล แต่เรากังวลว่าเราจะดูเหมือนพึ่งเธอเกินไป” - “เราอยากหาทางแบ่งแบบที่เราสบายใจ เช่น สลับกันจ่าย หรือกำหนดงบเดต” ไอเดียแบ่งค่าใช้จ่ายแบบไม่ทำร้ายความรู้สึก - ตั้งงบเดตร่วมกัน: เช่น สัปดาห์ละ X บาท แล้วเลือกกิจกรรมที่อยู่ในงบ - สลับกันเลี้ยง “ตามรูปแบบ”: เขาเลี้ยงมื้อใหญ่ เราเลี้ยงคาเฟ่/ของหวาน/ค่าที่จอด (ให้เรามีส่วนร่วม) - แบ่งตามสัดส่วนรายได้ (ถ้าคุยกันได้): ไม่ต้อง 50/50 เสมอไป แต่ให้ “ยุติธรรมตามกำลัง” - ทำลิสต์กิจกรรมประหยัดแต่มีคุณค่า: เดินเล่น ดูวิวเมืองยามค่ำคืน ปิกนิก ดูหนังที่บ้าน ทำอาหารด้วยกัน ที่สำคัญคือ อย่ารีบสรุปว่า “เราไม่เหมาะสม” แค่เพราะฐานะหรือไลฟ์สไตล์ต่างกันนะคะ หลายคู่ไปต่อได้เพราะตกลงกติกากันใหม่ และทำให้การซัพพอร์ตเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายภูมิใจ ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งรู้สึกติดหนี้ แต่ถ้าคุยแล้วอีกฝ่ายใช้เงินเป็นอำนาจ พูดกดเรา ประชดว่าเลี้ยงแล้วต้องได้อะไรตอบแทน แบบนี้ไม่ใช่ศีลไม่เสมอกันธรรมดาแล้ว อาจเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยทางใจค่ะ ลองถอยมาทบทวนตัวเองดีๆ ว่าเราได้รับ “ความเคารพ” อยู่ไหม สุดท้าย ถ้ายังอยากไปต่อ ให้เริ่มจากประโยคง่ายๆ วันนี้เลย: “เราขอบคุณที่เธอซัพพอร์ตนะ แต่เราขอมีส่วนร่วมในแบบของเราได้ไหม” บางครั้งแค่ได้พูด ความอึดอัดก็เบาลงมากค่ะ

