Hya + EverGlow Tint Lip Review All 4 Guns💄🌸
ถ้าใครกำลังเล็ง “Everglow Nude” อยู่ เราว่าเป็นสีที่หยิบใช้ได้บ่อยที่สุดของไลน์ Hya+ EverGlow Tint เลยค่ะ โทนจะเป็นนู้ดที่ดูสุภาพ แต่ยังมีความสดใสอยู่ ไม่ทำให้หน้าดูป่วย (โดยเฉพาะวันที่แต่งหน้าเบาๆ) เนื้อทินต์ให้ฟีลฉ่ำโกลว์แบบเกาหลีๆ ทาแล้วปากดูอิ่มขึ้น เหมาะมากกับลุค everyday glow วิธีที่เราชอบใช้กับสี Everglow Nude คือทาแบบ “เต็มปาก” 1 รอบก่อน แล้วค่อยแตะเพิ่มตรงกลางปากอีกนิดเพื่อให้มีมิติ จะได้ฟีลปากสวยแบบ effortless ไม่ต้องใช้ลิปไลเนอร์ก็ยังดูละมุน ถ้าวันไหนอยากได้ลุคสุภาพไปทำงาน/ไปเรียน เราจะทาบางๆ แล้วใช้นิ้วเกลี่ยขอบปากให้ฟุ้งๆ จะดูเป็นธรรมชาติมาก เรื่องสีติดทน: ด้วยความที่เป็นทินต์สายฉ่ำ เนื้อจะไม่แห้งตึง แต่ก็ไม่ได้ทนแบบลิปแมตต์นะคะ หลังทานข้าว/ดื่มน้ำจะมีเฟดบ้าง โดยเฉพาะความเงา แต่ยังเหลือสีระเรื่อๆ ติดริมฝีปากอยู่ วิธีที่ช่วยได้คือซับเบาๆ 1 ครั้งหลังทารอบแรก แล้วค่อยทาซ้ำอีกรอบ ความติดทนจะดีขึ้นและสีจะเนียนกว่าเดิม ถ้าเทียบกับสีอื่นๆ ที่เห็นบ่อยในไลน์นี้: - Pink Lemonade: โทนชมพูสดใส ทาแล้วหน้าดูไบรท์ เหมาะกับวันที่อยากให้ลุคดูเด็กลง - Apricot Dew: ออกส้มพีชๆ ให้ความสดชื่น เหมาะกับผิวโทนอุ่นหรือแต่งลุคซัมเมอร์ - Camellia Nude: นู้ดอีกแบบที่จะหวานละมุนกว่า เหมาะกับลุคหวานๆ หรือแต่งตาเข้ม - Wine Glaze: โทนไวน์เข้มขึ้น ช่วยขับผิว เหมาะกับลุคกลางคืนหรืออยากได้ความมั่นใจ ทริคเล็กๆ สำหรับคนกลัวนู้ดแล้วปากซีด: ก่อนทา Everglow Nude ให้ลงลิปบาล์มหรือคอนซีลเลอร์บางๆ เฉพาะขอบปากเพื่อกลบความคล้ำ แล้วแตะ Everglow Nude ตรงกลางปาก จะได้สีที่ดูนัวและปากดูอวบอิ่มมากขึ้นค่ะ