ตัดผมสไตล์ญี่ปุ่นกั๊บบบ

1/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังหารีวิว “Tamtam พระโขนง” แบบละเอียดก่อนตัด เราขอเล่าประสบการณ์เพิ่มเติมเผื่อช่วยตัดสินใจได้นะคะ (โดยเฉพาะคนที่อยากได้ผมสั้นสไตล์ญี่ปุ่นและ “เซตเองได้”) สิ่งที่ควรเตรียมก่อนจองคิว - เลือกรูปเรฟทรงผมสั้นที่ชอบไว้ 2–3 รูป: แนะนำให้มีทั้งมุมหน้า/ข้าง/หลัง จะคุยกับช่างง่ายมาก และลดโอกาสได้ทรงไม่ตรงใจ - เช็กไลฟ์สไตล์ตัวเอง: ถ้าเป็นคนรีบๆ ตอนเช้า ให้บอกช่างตรงๆ ว่าอยากได้ทรงที่ “เซตเองได้” และใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที - จองล่วงหน้า: ร้านค่อนข้างฮิต โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด ถ้าอยากได้ช่างหรือเวลาที่ต้องการควรเผื่อเวลาจองไว้หน่อย ตอนคุยกับช่าง แนะนำบอกละเอียดประมาณนี้ - อยากได้หน้าม้าประมาณไหน (บาง/ทึบ/ปัดข้าง) และรับกับรูปหน้าเราหรือเปล่า - ความสั้นที่รับได้: เช่น “สั้นเหนือบ่า/เท่าติ่งหู/สั้นกว่านี้ได้” เพื่อให้ช่างคุมระดับความสั้นให้ตรงใจ - ขอให้ไล่เลเยอร์แบบญี่ปุ่น: จุดนี้ช่วยให้ทรงดูเบา มีมิติ และพอผมแห้งจะฟูเป็นทรงสวย - บอกปัญหาผม: ผมหนา/ผมบาง/หัวแบน/ผมชี้ฟู/ผมมีวอลลุ่มง่าย ช่างจะปรับการซอยและน้ำหนักให้เข้ากับเส้นผมเรา ทริคเซตผมสั้นให้ได้ฟีลญี่ปุ่น (ทำเองที่บ้าน) - เป่าผมให้แห้งก่อน แล้วค่อยใช้ไดร์เป่าปลายงุ้มเข้าหรือปัดออกเล็กน้อย - ถ้าอยากได้ลุคธรรมชาติ: ใช้แว็กซ์หรือบาล์มแตะนิดเดียวที่ปลายผม เน้น “จับช่อ” ให้ดูมีเท็กซ์เจอร์ - ถ้าผมลีบแบน: ลองยกโคนผมตอนเป่า จะช่วยให้ด้านบนพองนิดๆ ดูละมุนเหมือนในรูป after ก่อน–หลังที่ควรสังเกต หลังตัดทรงผมสั้นสไตล์ญี่ปุ่น จุดเปลี่ยนมักจะอยู่ที่ “น้ำหนักผม” และ “กรอบหน้า” เลยค่ะ ก่อนตัดบางคนผมจะดูทื่อหรือหนัก แต่หลังตัดจะดูเบา หน้าเด็กขึ้น และถ้าซอยเลเยอร์ดีๆ จะเซตง่ายขึ้นจริง ข้อแนะนำเรื่องการดูแลหลังตัด - ตัดเล็มทรงทุก 4–6 สัปดาห์ (ทรงสั้นจะเสียทรงง่ายกว่าผมยาว) - ถ้าทำสี/ยืด/ดัด ให้บอกช่างล่วงหน้า เผื่อปรับการซอยและวิธีเซตให้เหมาะ โดยรวมถ้าใครเสิร์ชหา “Tamtam พระโขนง” เพื่อไปตัดผมสั้นสไตล์ญี่ปุ่น เราว่าควรเตรียมเรฟและจองคิวล่วงหน้า แล้วเน้นบอกช่างว่าอยากได้ทรงที่เซตเองได้ รับรองช่วยให้ได้ทรงที่ตรงใจมากขึ้นค่ะ

ค้นหา ·
ร้านตัดผมสไตล์ญี่ปุ่น

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ มะม๊ากิ๊ฟชอบรีวิว
มะม๊ากิ๊ฟชอบรีวิว

ราคาเท่าไหร่ค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)