Corrector VS Concealer ต่างกันยังไง❓

🩷 Corrector

- ปรับผิวให้สม่ำเสมอพร้อมลงรองพื้น/คอลซีลเลอร์

- ไม่ได้ทำหน้าที่ปกปิด

❤️ Concealer

- ลงหลังใช้ corrector / รองพื้น เพื่อเก็บรายละเอียดงานผิว

- มีหน้าที่ปกปิดรอยต่างๆได้ดีกว่า corrector

❓❓❓ ต้องใช้ทั้งสองไหม ❓❓❓

✅ คนที่มีปัญหาผิว รอยดำ รอยแดง ใต้ตาคล้ำ เล็กน้อย -> ใช้ concealer อย่างเดียวได้

✅ คนที่มีปัญหาผิว รอยดำ รอยแดง ใต้ตาคล้ำ ปานกลาง-มาก -> ใช้ corrector ตามด้วย concealer

#corrector #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8 #แตมอยากรีวิว #concealer

5/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการใช้เครื่องสำอางประเภท Corrector และ Concealer พบว่าแต่ละตัวมีบทบาทเฉพาะที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวแตกต่างกันอย่างชัดเจน Corrector มีจุดเด่นที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เช่น หากใต้ตาคล้ำ สีส้มหรือสีเขียวของ Corrector จะช่วยลดความหมองคล้ำและรอยแดงจากสิวหรือผิวไม่สม่ำเสมอได้ดีมาก แต่ข้อดีของ Corrector คือไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปกปิดรอยอย่างเต็มที่ จึงควรใช้ร่วมกับ Concealer เพื่อให้ผิวดูเนียนสมบูรณ์แบบมากขึ้น Concealer มีความสามารถในการปกปิดจุดบกพร่องบนผิวหน้าได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นรอยดำ รอยแดง หรือจุดด่างดำที่เห็นได้ชัด จึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวระดับเล็กน้อยถึงปานกลางที่ต้องการเก็บรายละเอียดให้มากขึ้น โดยปกติจะใช้หลังลง Corrector หรือรองพื้นแล้ว เพื่อช่วยเก็บงานผิวในขั้นสุดท้ายให้ดูเรียบเนียนและสดใส ในทางปฏิบัติ หากผิวหน้าของคุณมีปัญหาไม่มาก เช่น รอยคล้ำใต้ตาเล็กน้อย หรือจุดแดงบ้าง Concealer เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ารอยดำหรือรอยแดงมีมากกว่านั้น แนะนำให้ใช้ Corrector ก่อนตามด้วย Concealer เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เทคนิคการเลือกสี Corrector ก็สำคัญมาก เช่น สูตรสีส้มและสีพีชเหมาะสำหรับลดรอยคล้ำใต้ตา ส่วนสีเขียวช่วยลดรอยแดงจากสิวหรือผื่นต่างๆ และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดคราบหรือความเหนอะหนะระหว่างวัน ท้ายที่สุด การศึกษาและทดลองใช้ Corrector และ Concealer จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อค้นหาวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ เมื่อใช้ควบคู่กันอย่างถูกวิธี จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้การแต่งหน้าเป็นธรรมชาติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน