自動翻訳されています。元の投稿を表示する

TGAT/TPAT/Aレベルとは何ですか?違いは何ですか?

TGAT/TPAT/Aレベルの違いを見てみましょう。

これが私の人生です。

TGATはタイの総合適性テストであり、大学に100点で入学するために使用される科目の1つであり、以下の3つのパートからなる3時間を与えます

-TGAT 1英語コミュニケーション

TGAT 2、合理的思考。

-TGAT 3のパフォーマンス

2つのテストを選択できます:紙の試験(タイの試験)

またはコンピューター(英語の試験)。

これが私の人生です。

TPATは、「プロフェッショナル・アプティチュード」という科目に焦点を当てたタイのプロフェッショナル・アプティチュード・テストです。これは、全員が試験を受ける必要はありません。私たちの教員が必要とする5つの科目グループがあります。

-TPAT 1(CAT):医師/タンタ/薬局/獣医ライン用

-TPAT 2、リベラルアーツの適性

-TPAT 3、科学技術工学への適性

-TPAT 4建築の適性

-TPAT 5教育の適性-教育

各TPATテストには100点があります。試験を完了するには3時間かかります。試験は紙の形式ですが、TPAT 3は紙とコンピュータの両方です(コンピュータの試験は英語です)。

これが私の人生です。

Aレベル(応用知識レベル)は、TCASシステムで使用される中央試験であり、学術的知識と日常的な使用を測定するために使用されます。試験の内容は学校のカリキュラムに合致しています。

10の試験があります:数学1、数学2、応用科学、物理学、化学、生物学、タイ語、社会、英語、外国語(フランス語/ドイツ語/日本語/韓国語/中国語/パーリ語/スペイン語)。

#デック70 #tcas 70 #tgat #トパット #アレベル

4/1 に編集しました

... もっと見るถ้ากำลังหาข้อมูลว่า “TGAT / TPAT / A-Level คืออะไร ต่างกันยังไง” ให้คิดแบบนี้ก่อนเลย: ทั้ง 3 อย่างคือ “ชุดคะแนนคนละประเภท” ในระบบ TCAS ที่หลายคณะใช้ร่วมกัน แต่หน้าที่ไม่เหมือนกัน เลือกผิดอาจทำให้วางแผนอ่านหนังสือ/สมัครสอบพลาดได้ 1) TGAT คืออะไร (Thai General Aptitude Test) TGAT จะเน้นวัด “ทักษะทั่วไป” ที่หลายคณะเอาไปใช้คัดเลือกได้กว้างๆ เช่น การสื่อสารภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน ข้อดีคือสอบครั้งเดียว แต่ใช้ยื่นได้หลายที่ (ขึ้นกับประกาศคณะ) ถ้าใครยังไม่ชัดเจนว่าจะเข้าคณะไหน TGAT เป็นตัวที่ควรเริ่มทำความเข้าใจก่อน เพราะเป็นพื้นฐานของหลายสาย 2) TPAT คืออะไร (Thai Professional Aptitude Test) TPAT จะเป็น “ความถนัดเฉพาะทาง” มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องสอบทุกคน ให้เลือกสอบเฉพาะกลุ่มที่คณะเป้าหมายกำหนด เช่น สายแพทย์/ทันตะ/เภสัช/สัตวแพทย์ (TPAT1) หรือสายสถาปัตย์ (TPAT4) เป็นต้น ทริคที่ช่วยลดความสับสนคือ: ก่อนสมัครสอบให้เปิดเกณฑ์รับเข้าของคณะ/มหาวิทยาลัยที่เล็งไว้ แล้วจดเลยว่าต้องใช้ TPAT กลุ่มไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาลงผิดวิชา 3) A-Level คืออะไร (Applied Knowledge Level) A-Level จะใกล้กับ “ข้อสอบวิชาการตามหลักสูตรโรงเรียน” มากที่สุด เช่น คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไทย สังคม อังกฤษ และภาษาต่างประเทศ จุดสำคัญคือคณะส่วนใหญ่จะผูก A-Level กับสาขาเรียนค่อนข้างชัด เช่น สายวิทย์สุขภาพมักดูวิทย์/คณิต/อังกฤษ ส่วนสายสังคมอาจใช้ไทย สังคม อังกฤษ เป็นต้น ดังนั้นเวลาวางแผนอ่าน A-Level ให้ยึดวิชาที่คณะใช้จริงเป็นหลัก วิธีเลือกสอบให้ไม่หลงทาง (เช็กลิสต์ส่วนตัว) - เช็กคณะเป้าหมาย 3–5 อันดับ แล้วดู “เกณฑ์คะแนนที่ใช้” ว่าต้องมี TGAT/TPAT/A-Level อะไรบ้าง - ทำตารางเทียบแบบง่ายๆ เหมือนในภาพประกอบ: ด้านที่วัด, รายวิชา, ช่วงรับสมัคร/สอบ/ประกาศผล, รูปแบบสอบ (กระดาษ/คอม) - แบ่งเวลาอ่าน: TGAT เน้นฝึกโจทย์ทักษะ, TPAT เน้นเฉพาะทางตามกลุ่ม, A-Level เน้นเนื้อหา+ทำข้อสอบเก่า สรุปสั้นที่สุด: TGAT = ความถนัดทั่วไป, TPAT = ความถนัดวิชาชีพ (เลือกสอบตามคณะ), A-Level = ความรู้วิชาการตามหลักสูตร ถ้าตั้งเป้าคณะได้ไว แล้วไล่เช็กว่าต้องใช้คะแนนชุดไหนบ้าง จะวางแผนได้ง่ายขึ้นมาก