ปลานิลแดดเดียวฟาร์มตาแอ๊ด

3/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนที่เสิร์ชหา “เนื้อปลานิลแดดเดียว / ปลานิลแล่เนื้อ / เนื้อปลานิลแล่” มักเจอปัญหาเดียวกันคือ กลัวก้าง กลัวคาว และไม่แน่ใจว่าควรทอดยังไงให้ไม่อมน้ำมัน เราเลยสรุปทริคจากที่ทำกินเองบ่อย ๆ กับปลานิลแดดเดียวแบบแล่ชิ้น (ก้างเล็กน้อย) ให้ค่ะ 1) เลือกแบบไหนให้ตรงใจ - ถ้าอยากทำง่าย ๆ แนะนำ “ปลานิลแล่เนื้อ” แบบชิ้นพร้อมทอด จะสะดวกมาก ก้างน้อย แค่ระวังบริเวณกลางชิ้นนิดหน่อย - ถ้าซื้อเป็นถุง 500 กรัม (เคยเห็นราคา 100 บาท) เหมาะทำ 1-2 มื้อ ส่วนแบบซื้อเป็นกิโล (มีเจอ 200 บาท/กก.) จะคุ้มสำหรับทำหลายเมนูหรือบ้านที่กินปลาเป็นประจำ 2) วิธีละลาย/เตรียมก่อนทอด (ช่วยลดคาวและกระเด็น) - ถ้าแช่เย็น/แช่แข็งไว้ ให้นำมาวางพักให้คลายเย็นก่อน แล้วซับน้ำบนผิวปลาให้แห้งด้วยทิชชู่ - ถ้าอยากลดกลิ่นเพิ่มอีกนิด บีบมะนาวบาง ๆ หรือคลุกพริกไทยนิดเดียวก็พอ (ไม่ต้องหมักนาน เพราะปลาแดดเดียวมีรสอยู่แล้ว) 3) ทอดยังไงให้อร่อย กรอบนอกนุ่มใน - ใช้ไฟกลางค่อนอ่อน น้ำมันร้อนพอดี (ลองหย่อนเศษปลาเล็ก ๆ แล้วมีฟองขึ้นสม่ำเสมอ) - วางปลาแล้วอย่าเพิ่งกลับบ่อย รอให้ด้านล่างเซ็ตตัวก่อนค่อยกลับ จะไม่ติดกระทะและไม่เละ - ถ้าชิ้นหนา ให้ทอดนานขึ้นอีกนิดด้วยไฟอ่อนช่วงท้าย เนื้อจะสุกทั่วแต่ไม่แข็ง - สายคลีนสามารถใช้อบ/หม้อทอดลมร้อน: พรมน้ำมันบาง ๆ แล้วอบจนผิวตึงและเริ่มเหลือง (ระหว่างทางกลับด้าน 1 ครั้ง) 4) เมนูที่เข้ากับเนื้อปลานิลแดดเดียว (ทำง่ายมาก) - ข้าวสวยร้อน ๆ + น้ำพริก + ผักลวก: คลาสสิกที่สุด ความเค็มของปลาเข้ากันสุด ๆ - ยำมะม่วงปลานิลแดดเดียว: ฉีกเนื้อปลาทอดเป็นชิ้น ๆ คลุกกับมะม่วงเปรี้ยว หอมแดง พริกป่น เพิ่มถั่วลิสงหน่อยคือจบ - ผัดกะเพราปลาดดเดียว: หั่นชิ้นพอดีคำ ผัดพริกกระเทียมแล้วใส่ปลาเร็ว ๆ ปรุงนิดเดียวเพราะปลาเค็มอยู่แล้ว 5) เคล็ดลับเก็บรักษาให้เนื้อไม่แห้ง - แบ่งเป็นส่วน ๆ ใส่ถุงซิป/กล่องก่อนแช่แข็ง เวลาใช้จะได้ไม่ต้องละลายทั้งถุง - หลังเปิดถุง ถ้ายังไม่ทอดทันที แนะนำซับให้แห้งแล้วแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไม่เกิน 2-3 วัน กลิ่นและรสจะยังดี โดยรวมถ้าใครอยากได้ “เนื้อปลานิลแล่” ที่ทำอาหารง่าย ก้างน้อย และพร้อมทอด ปลานิลแดดเดียวแนวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ กินกับอะไรก็อร่อย แถมคุมงบได้ด้วย