มารู้จักชนิดของแผลเป็นกันค่ะ

2025/12/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเจอ “แผลนูน” แล้วกังวลว่ามันคือคีลอยด์หรือเปล่า เราลองสรุปจากประสบการณ์ที่เคยเป็นแผลผ่าตัด/แผลสิวและไปถามคุณหมอมาให้ค่ะ ว่าแผลนูนเกิดจากอะไร และต้องดูแลยังไงถึงจะลดโอกาสนูนเพิ่ม แผลนูนเกิดจากอะไร? หลักๆ คือร่างกายสร้าง “คอลลาเจน” เพื่อซ่อมแซมผิวมากเกินไปในช่วงแผลกำลังหาย ทำให้เนื้อแผลยกตัวสูงกว่าผิวปกติ กลายเป็นแผลเป็นแบบนูน (hypertrophic scar) ซึ่งมักเกิดในบริเวณที่ผิวตึงหรือมีแรงดึงเยอะ เช่น หน้าอก ไหล่ หลัง ข้อพับ หรือบริเวณที่ขยับบ่อยๆ ปัจจัยที่ทำให้แผลนูนเกิดง่าย 1) แผลอักเสบนาน/ติดเชื้อ: แผลหายช้า ยิ่งกระตุ้นการซ่อมแซมมากขึ้น 2) เกาหรือแกะสะเก็ด: ทำให้แผลระคายเคืองซ้ำๆ เนื้อแผลยิ่งหนา 3) แผลโดนดึงรั้ง: แผลผ่าตัดหรือแผลยาวที่ตึง ทำให้นูนชัด 4) พันธุกรรมและสีผิว: บางคนมีแนวโน้มเป็นแผลนูน/คีลอยด์มากกว่าปกติ 5) แสงแดด: ไม่ได้ทำให้ “นูน” โดยตรงเสมอ แต่ทำให้รอยเข้มชัด และแผลดูเด่นขึ้น แผลนูน vs คีลอยด์ ต่างกันยังไง? - แผลเป็นแบบนูน: นูนอยู่ “ในขอบเขตแผลเดิม” มักค่อยๆ ดีขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป - แผลเป็นแบบคีลอยด์: นูนและลาม “เกินขอบเขตแผลเดิม” อาจคัน/เจ็บ และมักไม่ยุบเองง่าย ถ้าแผลเริ่มลามออกนอกขอบเดิมหรือโตขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินค่ะ ดูแลแผลนูนเบื้องต้น (ที่เราทำแล้วรู้สึกช่วยได้) - หลังแผลปิดสนิทแล้ว ค่อยเริ่มใช้แผ่นซิลิโคนหรือเจลซิลิโคนสม่ำเสมอ (ช่วยเรื่องความนูนและความเรียบ) - เลี่ยงการเกา/ขัดสครับ/นวดแรงๆ ช่วงแรก เพราะยิ่งกระตุ้นให้หนา - ปิดกันแดดบริเวณแผล (เสื้อผ้าปิดหรือทากันแดด) ลดรอยคล้ำทำให้แผลไม่เด่น - ถ้าเป็นแผลสิว พยายามคุมการอักเสบตั้งแต่ต้น (ไม่บีบ ไม่แกะ) ลดโอกาสเกิดแผลเป็นแบบนูนและแบบบุ๋ม เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? - แผลนูนเร็วมาก คัน/เจ็บมาก หรือเริ่มลามเกินขอบแผลเดิม - แผลอยู่ตำแหน่งเสี่ยงนูน (อก ไหล่ หลัง) และเริ่มนูนชัด แพทย์อาจมีทางเลือก เช่น ฉีดสเตียรอยด์ เลเซอร์ หรือวิธีลดนูนอื่นๆ ตามความเหมาะสม สรุปคือ แผลนูนเกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินในช่วงซ่อมแซม โดยเฉพาะแผลที่อักเสบหรือโดนดึงรั้งบ่อยๆ ถ้าดูแลตั้งแต่แผลเริ่มหาย และใช้ซิลิโคนอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่แผลจะเรียบขึ้นมักมีค่ะ

ค้นหา ·
แผลเป็นบุ๋ม