อิสระเสรีภาพที่มากเกินไปนำภัยมาให้ตนเอง

พรรคส้มมีแต่เรียกร้องอิสระเสรีภาพ สิ่งที่เรียกร้องมากเกินไปอาจนำภัยมาให้ตนเองและผู้อื่น การเรียกร้องอิสระเสรีภาพที่มากเกินไปคือการแสดงความเห็นแก่ตัว พรรคนี้เคยเรียกร้องอะไรเพื่อเสียสละให้คนอื่นบ้างไหม

มนุษย์เราเสพติดการแปะป้าย

เรานิยามตัวเองด้วยชื่อ นามสกุล ยศถาบรรดาศักดิ์ และล่าสุดคือ ‘เพศสภาพ’

โลกเสรีนิยมใหม่เปิดกว้างให้เราเป็นอะไรก็ได้ที่ใจอยากเป็น หลายประเทศอนุญาตให้คุณเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อในเอกสารราชการให้ตรงกับจิตวิญญาณข้างใน

เป็นเรื่องน่ายินดีในแง่สิทธิมนุษยชน

.

แต่นี่คือโลกแห่งความจริง และในห้องตรวจ... ความจริงอาจจะไม่ได้ถูกใจใครทุกคน

.

ซอฟต์แวร์ vs ฮาร์ดแวร์

ร่างกายมนุษย์ก็เหมือนคอมพิวเตอร์

จิตใจคือซอฟต์แวร์ คุณจะอัปเกรด เปลี่ยนเวอร์ชัน หรือลงโปรแกรมทับอย่างไรก็ได้ นั่นคือสิทธิ์ของคุณ

.

ร่างกายคือฮาร์ดแวร์ เมนบอร์ด ซีพียู การ์ดจอที่ติดมากับเครื่องตั้งแต่โรงงานผลิต หลายคนก็ชอบอัพเกรดการ์ดจอ เพิ่ม USB port แต่ยังไงเมนบอร์ดก็คือของเดิม

.

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ซอฟต์แวร์ แต่อยู่ที่เมื่อฮาร์ดแวร์พัง ช่างซ่อม (หมอ) จำเป็นต้องรู้สเปกที่แท้จริงของเครื่อง

.

เมื่อคุณเปลี่ยนคำนำหน้าในบัตรประชาชนจาก ‘นาย’ เป็น ‘นางสาว’ หรือกลับกัน

ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล—ซึ่งไร้จินตนาการและซื่อบื้อ—จะเชื่อตามนั้นทันที

แล้วหายนะก็บังเกิด

.

เมื่อมะเร็งไม่แคร์กฎหมาย

.

คุณอาจแก้กฎหมายให้เปลี่ยนคำนำหน้าได้

แต่คุณแก้พันธุกรรมไม่ได้ และที่สำคัญ “มะเร็งไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ”

มันไม่สนว่าบัตรประชาชนคุณคืออะไร มันสนแค่ว่าคุณมีอวัยวะให้มันกินไหม

.

1. กับดักของ ‘นาย’ ที่กลายเป็น ‘นางสาว’ (Trans women)

หัวใจเป็นหญิง แต่อนิจจา... ต่อมลูกหมากยังอยู่

เมื่อบัตรประชาชนระบุว่า ‘หญิง’ ระบบคัดกรองมะเร็งของโรงพยาบาลอาจตัดโปรแกรมตรวจ ‘มะเร็งต่อมลูกหมาก’ ทิ้งไป

ผลคือ? มะเร็งลุกลามโดยไม่มีใครเอะใจ เพราะคอมพิวเตอร์บอกว่าผู้หญิงไม่มีต่อมลูกหมาก

.

2. กับดักของ ‘นางสาว’ ที่กลายเป็น ‘นาย’ (Trans men)

ภายนอกกำยำล่ำสัน แต่ภายในยังมีมดลูกและรังไข่

ถ้าหมอไม่รู้ ประวัติระบุว่าเป็นชาย การตรวจคัดกรอง ‘มะเร็งปากมดลูก’ หรือ ‘มะเร็งรังไข่’ ก็จะถูกมองข้าม

กว่าจะรู้ตัว ก็สายเกินแก้

.

3. ฮอร์โมน: ดาบสองคม

การเทคฮอร์โมนเพื่อข้ามเพศ คือการหลอกร่างกายกลายๆ

* Estrogen ในสาวข้ามเพศ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม

* Testosterone ในหนุ่มข้ามเพศ เปลี่ยนแปลงค่าเลือด ค่าตับ ค่าไต

หากหมออ่านค่าเลือดโดยใช้เกณฑ์ผิดเพศ ก็เหมือนอ่านแผนที่ผิดเล่ม หลงทางกันทั้งขบวน

.

ทางออก: ความจริงสองชุด

เราไม่ได้กำลังพูดเรื่องการเหยียดเพศ

ไม่ได้ห้าม woke

.

แต่เรากำลังพูดเรื่อง ความปลอดภัยของชีวิต

ระบบสาธารณสุขที่ฉลาด (และใจกว้าง) ต้องยอมรับความจริงสองชุดพร้อมกัน:

* Gender Identity (เพศสภาพ): เพื่อให้เกียรติตัวตนและจิตวิญญาณของคุณ

* Sex Assigned at Birth (เพศกำเนิด): เพื่อให้หมอรักษาชีวิตคุณได้ถูกจุด

.

หน้าที่ของคุณ (ในฐานะเจ้าของร่าง)

เมื่อเดินเข้าโรงพยาบาล จงวางการเมืองและอุดมการณ์ไว้หน้าประตู

แล้วสื่อสารกับหมอด้วย ความจริง

* "ผมข้ามเพศครับ แต่ยังมีมดลูก"

* "หนูเป็นผู้หญิงข้ามเพศค่ะ แต่ยังไม่ได้ผ่าตัดแปลงเพศ"

* "ฉันใช้ฮอร์โมนตัวนี้มา 5 ปีแล้ว"

ไม่ต้องกลัวหมอตัดสิน

หมอที่ดีสนใจแค่ว่าจะรักษา 'ชีวิต' ตรงหน้าอย่างไร ไม่ใช่ตัดสิน 'วิถีชีวิต' ของใคร

ร่างกฎหมายการเปลี่ยนคำนำหน้าผ่านสภาได้จริง สิ่งที่สถานพยาบาลต้องเตรียมข้อมูลเอาไว้ก็คือ Sex Assigned at Birth ซึ่งจะต้องอยู่ในเวชระเบียนเสมอเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของคนไทย โดยไม่มีการปกปิด

ผู้ให้บริการมีหน้าที่และมารยาทในการพูดคุยตามเพศสภาพ แต่การวินิจฉัยแยกโรค ในโรคที่มีความเสี่ยงต่อเพศใดเพศหนึ่ง จะต้องดูตามเพศกำเนิดเสมอ

.

บทสรุป

เสรีภาพเป็นเรื่องสวยงาม การได้เป็นตัวเองคือลาภอันประเสริฐ

แต่ธรรมชาติมีความยุติธรรมในแบบของมัน... คือโหดร้ายและตรงไปตรงมา

มะเร็งคือประชาธิปไตยที่สุด มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย ไม่เลือกคำนำหน้านาม

ดังนั้น การระบุเพศในเอกสารอาจเป็นเรื่องของสิทธิ

แต่การบอกความจริงกับหมอ... เป็นเรื่องของชีวิต

Woke ได้ แต่อย่าดราม่า

ข้อมูลสำหรับแพทย์ต้องไม่ปกปิด

และสังคมก็จะต้องพร้อมรับกับเหตุที่ไม่คาดฝันอาจจะเกิดจากการแต่งงานเพศเดียวกันแล้วมาทราบทีหลังว่าเพศกำเนิดนั้นไม่ใช่ ในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ก็อาจจะต้องมีการระบุเพื่อกำเนิดเพื่อให้คู่ชีวิตได้ทราบตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนด้วยเพื่อป้องกันปัญหาทางการแพทย์ที่จะเกิดมาในภายหลัง

แต่ในที่สุดหมอก็เชื่อว่าสุดท้ายสังคมก็ยังเดินไปได้อยู่ดี โลกเราก็หมุนไปทุกวันอยู่แล้ว จริงไหม

#รักษามะเร็งกับหมอชวลิต #ความหลากหลายทางเพศกับมะเร็ง

1/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะคนที่สนใจเรื่องสิทธิและสุขภาพ ผมเคยรู้สึกว่าการได้เป็นตัวเองอย่างอิสระเสรีนั้นสำคัญมาก แต่บทความนี้ชี้ให้เห็นมุมมองที่ลึกซึ้งว่าความเสรีเสรีภาพถ้ามากเกินไป โดยขาดความระมัดระวัง อาจสะท้อนความเสี่ยงที่คาดไม่ถึงโดยเฉพาะในเรื่องสุขภาพ ผมเองเคยได้ยินเรื่องราวของคนที่เปลี่ยนคำนำหน้าในบัตรประชาชนให้ตรงกับเพศสภาพ แต่กลับลืมแจ้งข้อมูลเพศกำเนิดแท้จริงต่อแพทย์ จนทำให้โปรแกรมคัดกรองมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากหรือตรวจมะเร็งปากมดลูก ถูกละเลยไปเพราะระบบสายสัมพันธ์ข้อมูลระหว่างค่าวินิจฉัยกับเพศในเอกสารราชการไม่สอดคล้องกัน นั่นคือผลจากระบบที่ยังไม่เข้าใจความหลากหลายทางเพศและความซับซ้อนของร่างกายมนุษย์ อีกเรื่องที่น่าสนใจอย่างมาก คือการใช้ฮอร์โมนข้ามเพศ ซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิเสรีภาพในการเลือกแล้ว ยังมีผลต่อสุขภาพโดยตรง เช่น ฮอร์โมน Estrogen ที่สาวข้ามเพศใช้ อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม หรือฮอร์โมน Testosterone ในหนุ่มข้ามเพศที่ทำให้ผลเลือดค่าต่างๆเปลี่ยนแปลงไป หากแพทย์ใช้เกณฑ์วัดค่าตามเพศเดิม อาจทำให้เกิดการวินิจฉัยผิดพลาดได้ จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามเรื่องราวในวงการแพทย์ ผมเห็นด้วยว่า "ความจริงสองชุด" คือเพศสภาพที่ให้เกียรติในตัวตนและเพศกำเนิดเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ ต้องได้รับการยอมรับและดูแลอย่างสมดุล สำหรับผู้เข้ารับการรักษา ผมอยากแนะนำให้เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องกลัวการตัดสินจากหมอ เพราะหมอที่ดีจะโฟกัสที่การรักษาชีวิตอย่างถูกต้องและปลอดภัยมากกว่าการตัดสินวิถีชีวิต ในส่วนของสังคมและระบบสาธารณสุข ก็ควรมีการเตรียมระบบข้อมูลและเวชระเบียนที่รองรับความหลากหลายทางเพศอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเสี่ยงต่อผู้ป่วย การเข้าใจและยอมรับในหลายมิติของตัวตนคนไข้จะช่วยให้รักษาอย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นใจในผู้ป่วยมากขึ้น ในที่สุด ผมเชื่อว่าสังคมจะก้าวผ่านจุดนี้ไปได้ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเสมอ และความปลอดภัยในชีวิตต้องมาก่อนเสมอ แม้ในยุคของเสรีภาพที่เปิดกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ bo_HE4v
bo_HE4v

เห็นด้วยอย่างยิ่ง 👍 แค่สมรสเท่าเทียมเราว่ามันก็น่าจะพอได้แล้วนะ เราว่ามันเสรีสุดๆในเรื่องอะไรพวกนี้แล้ว

รูปภาพของ ODIE
ODIE

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ดูเพิ่มเติม(1)