Automatically translated.View original post

Never believed this party would do it for the real nation.

# EveryoneTeng-Ice used to go to see South Korea at the price of going to Europe. 🥹🥹

✅ South Korean trip took 1,974,800 baht in taxes.

✅ took 16 people, two of them back.

✅ 7 days, 3 days of vacation, 4 days of real work.

✅ holidays, visits to the high school and museum trips.

✅ every day, the allowance is normally disbursed.

On average, the Bangkok budget, where Phi Teng is the president and Ice is the spokesman, uses taxes rolled on black-eyed citizens of about 125,000 baht per person to go to South Korea, which is three times more expensive than a typical Korean trip, equivalent to a European tour.

In spite of the campaign to cut foreign budgets, what does this mean?

1/27 Edited to

... Read moreพอเห็นคนค้นคำว่า “เท้ง ณัฐพงษ์” กันเยอะ ประเด็นที่ฉันเจอบ่อยคือคนอยากรู้ “ข้อเท็จจริงของทริปดูงานเกาหลีใต้” มากกว่าการด่ากันไปมา เลยลองสรุปเป็นภาษาคนอ่านง่าย ๆ ว่าประเด็นที่ถูกพูดถึงคืออะไร และเราควรเช็กอะไรบ้างก่อนเชื่อข้อมูล สิ่งที่ถูกหยิบมาวิพากษ์วิจารณ์หลัก ๆ คือทริปดูงานเกาหลีใต้ของคณะกรรมาธิการงบประมาณ (มีการกล่าวถึงว่า เท้งเป็นประธาน และไอซ์เป็นโฆษก) โดยตัวเลขที่ถูกแชร์กันคือยอดเบิกจ่ายรวม 1,974,800 บาท ไปทั้งหมด 16 คน (และมีบางคนกลับก่อน) ระยะเวลา 7 วัน แต่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า “ดูงานจริง” ประมาณ 4 วัน ที่เหลือติดวันหยุด 3 วัน ซึ่งในวันหยุดมีการระบุว่าไปสถานเอกอัครราชทูตและเที่ยวพิพิธภัณฑ์ และมีการพูดถึงการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงตามปกติทุกวัน ประเด็น “ทำไมแพง” คนมักเทียบกับทริปเที่ยวเกาหลีทั่วไปแล้วรู้สึกว่าตัวเลขต่อหัวสูง จึงโยงไปสู่คำถามเรื่องความคุ้มค่าของภาษีประชาชน รวมถึงความสอดคล้องกับสิ่งที่เคยหาเสียง/พูดเรื่องตัดงบดูงานต่างประเทศ ถ้าอยากตามเรื่องนี้แบบไม่หลงทาง ฉันแนะนำเช็ก 5 อย่างนี้ก่อนแชร์ต่อ: 1) เอกสารอ้างอิง: เป็นเอกสารทางการไหม (คำสั่งเดินทาง, รายงานผลการดูงาน, รายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกรายการ) 2) ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยอะไร: ตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, รถรับส่ง, ล่าม, ห้องประชุม, ประกัน, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ หรือเป็นแค่ยอดรวมที่ยังไม่แจกแจง 3) กำหนดการจริง: “ดูงาน 4 วัน” มีหน่วยงานที่ไปพบ/หัวข้อ/ผลลัพธ์อะไรบ้าง และวันหยุดนับรวมในงบประมาณส่วนไหน 4) หลักเกณฑ์เบี้ยเลี้ยง: เบิกตามระเบียบราชการหรือระเบียบสภาฯ อัตราเท่าไร เบิกได้กี่วัน และมีกรณีกลับก่อนคิดยังไง 5) ผลลัพธ์หลังกลับมา: มีรายงานหรือข้อเสนอเชิงนโยบายอะไรที่นำมาใช้กับงบประมาณไทยได้จริงไหม สำหรับคนที่อ่านแล้วรู้สึกคาใจเรื่อง “ความโปร่งใส” ฉันว่าโฟกัสควรอยู่ที่การขอข้อมูลให้ครบและตรวจสอบได้มากกว่า เพราะสุดท้ายถ้ารายการค่าใช้จ่ายชัด กำหนดการชัด และผลการดูงานมีประโยชน์จริง คนก็จะตัดสินด้วยข้อมูลได้ ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกอย่างเดียว