Automatically translated.View original post

I never cornered my prime.

# I'm not cornered

# Saruth invited me to come out on the show and crushed to park the screen

Initially asked directly

"Is the Thai Proud Party spit?"

# I even laughed.

Because the three of them did not become coriander, but actually worked as economic figures and were cast as Candidate PM - Deputy PM.

# Sarayuth asks about the use of patriotic campaign

Sia Rat laughed louder than before.

Ask back with a long shot.

"Why are only a few parties particularly hot about this?

Before I came in, what was Thailand like? What had we lost?

There is only making the country the underdog of others.

I came in, I didn't open checkpoints, I didn't order soldiers to stop fighting, I trusted the army.

I'm on the side of the army.

Economic aspects

I took the budget to pay the debt.

Restore fiscal discipline

Until the Fed raised Thailand's credit.

At a highly reliable level, even if the money could be used for populist projects, but I didn't. "

# Can create an orange field, but the pestle is quiet, however, not until

Meet the real, the real, the real, the real, and even go to be

# Should let Sia Rat blow the sack like when Thanathorn, the guitar, howling, singing in the show

♪ Is this biased?

# Vulture News

2/4 Edited to

... Read moreในช่วงเวลาที่เสี่ยหนูได้รับเชิญมาออกรายการสรยุทธ เพื่อชี้แจงและชี้ตัวเองในบทบาททางการเมือง ก็เห็นได้ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่แค่หน้าตาประชาสัมพันธ์แต่เป็นนักการเมืองที่ลงมือทำงานอย่างจริงจังในเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ หลายคนอาจเคยสงสัยว่าเสี่ยหนูและทีมงานเป็นเพียงผักชีโรยหน้าหรือไม่ ซึ่งคำตอบจากตัวเขาเองในรายการชี้ชัดว่าเขาและทีมงานเป็นแกนนำที่มีบทบาทสำคัญและมีนโยบายที่ชัดเจน ผมเองติดตามข่าวสารการเมืองไทยมายาวนานและขอยืนยันว่าการที่เสี่ยหนูเน้นเรื่องการฟื้นฟูวินัยการคลัง รวมถึงการไม่เปิดด่านหรือสั่งให้ทหารหยุดรบ เป็นสัญญาณของความตั้งใจจะสร้างความมั่นคงให้ประเทศอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่แสดงบทบาทเพื่อหาเสียง สังเกตได้จากการยกระดับเครดิตประเทศไทยในสายตาการเงินระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นผลมาจากแนวทางบริหารจัดการงบประมาณที่รัดกุม นอกจากนี้เสี่ยหนูยังตอบโต้ข้อครหาที่มองว่าการใช้กระแสรักชาติเป็นแค่เครื่องมือหาเสียง ด้วยการตั้งคำถามกลับว่าเพียงพรรคร้อนรนกับประเด็นนี้แค่ไม่กี่พรรคเท่านั้น และย้ำว่าเขายืนอยู่ข้างกองทัพตลอดเวลา โดยไม่สวนทางกับความมั่นคงของประเทศ ส่วนตัวผมมองว่าการให้ความสำคัญกับกองทัพและแนวทางความมั่นคงนี้ เป็นความจำเป็นในบริบทการเมืองไทยที่ซับซ้อน ประสบการณ์ตรงจากการติดตามและวิเคราะห์การเมืองไทยทำให้ผมเห็นว่านักการเมืองอย่างเสี่ยหนูนั้นแม้จะถูกโจมตีและเสียดสี แต่ก็ยังมีด้านความจริงจังและความพยายามที่จะทำให้ประเทศเดินหน้า ความสำเร็จในอดีตที่เขาอ้างถึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับนโยบายประชานิยมที่มักจะสร้างภาระหนี้ในระยะยาว ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ติดตามการเมืองและอยากเข้าใจบริบทของพรรคภูมิใจไทยและบทบาทของเสี่ยหนูในสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง แนะนำให้ติดตามบทสัมภาษณ์ชุดนี้อย่างละเอียดและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแง่มุม เพื่อเห็นภาพที่ครบถ้วนและไม่ถูกชักจูงด้วยข้อมูลด้านเดียว นี่คือโอกาสที่จะมองเห็นเสี่ยหนูในมุมที่เป็นจริงและครอบคลุมมากขึ้น ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่ถูกตัดต่อหรือบิดเบือน