เพื่อนๆ คิดว่าอย่างไรคะ

ด้วยความเคารพครับท่าน อ.ปริญญา 🙏

สิ่งที่อาจารย์กำลังทำในรายการ คือการใช้แอปมือถือสแกนบาร์โค้ดทั่วไป ซึ่งเด็กประถมก็ทำได้ครับ! แล้วถอดรหัส ท่านแค่พิสูจน์ให้เห็นว่า 'บาร์โค้ดบนบัตรเมื่อถอดรหัส = เลขเล่ม/เลขบัตร' ซึ่ง กกต. เขาก็บอกมาตั้งแต่แรกแล้วว่ามันคือรหัสพัสดุ

แต่สิ่งที่อาจารย์ 'ไม่ได้พิสูจน์' (และระบบก็ไม่มีทางทำได้ รัฐธรรมนูญคุ้มครอง 'ความลับ') คือการเอาเลขบัตรนั้น ไปจับคู่ว่า 'ใครคือคนกาบัตรใบนั้น'

เพราะตอนที่เรารับบัตร ไม่มีการเอาบัตรประชาชนไปเสียบเพื่อบันทึกข้อมูลผูกกับบาร์โค้ดเลย พอฉีกบัตรลงหีบปุ๊บ ความสัมพันธ์ระหว่าง 'คน' กับ 'กระดาษ' ก็ขาดสะบั้นทันที! (นอกจากจะต้องนำบัตรเลือกตั้งสแกน เอาเลขบัตรไปจับต้นขั้วแล้วนำไปเข้าฐานข้อมูลจับคู่กัน ซึ่งต้องทำผิดกฏหมายกี่มาตราละครับ)

(ลิงก์คลิปที่อาจารย์ปริญญาออกรายการ

https://www.facebook.com/share/v/1AwS7xrqpQ/ )

👉 ผมขอตั้งโจทย์ท้าทายง่ายๆ ครับ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีคนทำบัตรเสียเพียบ ขอกรณีคนมือบอนเขียนข้อความว่าพรรคการเมืองลงไปบนบัตรเลือกตั้ง (ท่านน่าจะหาภาพชัดๆได้บนโซเชียล)

❓ถ้าอาจารย์บอกว่าบาร์โค้ดมันสืบหาตัวคนได้จริงๆ... อาจารย์ช่วยเอากล้องไปสแกนบาร์โค้ด แล้วหาตัว 'คนมือบอน' ที่เขียนด่าลงบนบัตร ให้ผมดูหน่อยสิครับว่าเขาเป็นใคร? 😂😅

❌ ถ้าหาไม่ได้ ก็เลิกทำให้ประชาชนหวาดระแวงว่าความลับจะรั่วไหลเถอะครับ บาร์โค้ดมันบอกได้แค่ว่ากระดาษมาจากไหน แต่มันยังโยงบอกไม่ได้หรอกครับว่าใครเป็นคนกา!

#เลือกตั้ง69 #บาร์โค้ดสืบไม่ได้ #สแกนได้แต่ระบุตัวตนไม่ได้ #DataMapping #หาคนมือบอนให้ดูหน่อย #เลิกมโนข่าวปั่น "

2/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และการติดตามข่าวการเลือกตั้ง ผมเห็นว่าการนำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมาสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลนั้น เป็นเรื่องง่ายที่ใครก็ทำได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมันแค่แสดงข้อมูลเลขบัตรหรือรหัสพัสดุเท่านั้น ไม่ได้สามารถระบุชื่อหรือตัวตนของผู้ลงคะแนนได้จริงๆ ตัวบาร์โค้ดเองเป็นเพียงสัญลักษณ์แทนข้อมูลเฉพาะของบัตรแต่ละใบเท่านั้น ไม่ได้ผูกโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่คุ้มครองความลับการลงคะแนน ในกรณีที่มีบัตรเสีย หรือมีข้อความเขียนบนบัตรเลือกตั้งซึ่งเกิดจากมือบอน การใช้บาร์โค้ดสแกนก็ไม่สามารถจับคู่เพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดได้จริง การทำเช่นนั้นต้องมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลส่วนตัวของผู้ลงคะแนนซึ่งไม่มีการทำในทางปฏิบัติและยังผิดกฎหมายด้วย นอกจากนี้ การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดระแวงและกังวลต่อความเป็นส่วนตัว จึงเห็นได้ชัดว่าประเด็นเรื่องบาร์โค้ดไม่ได้เป็นเครื่องมือสืบย้อนหาตัวบุคคลที่กาในบัตรเลือกตั้งได้ ซึ่งสำคัญมากที่เราจะต้องเข้าใจว่าความลับของผู้ลงคะแนนต้องได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ เพื่อความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งนี้ ประเด็นนี้จึงไม่ควรถูกบิดเบือนเป็นข่าวที่ทำให้เกิดความสับสน การมีข้อมูลที่ชัดเจนจาก กกต. และการเปิดเผยในรายการต่างๆ เป็นเครื่องยืนยันถึงความถูกต้องและความโปร่งใสที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันรักษา เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรมจริงๆ