กินคาเคามา 3 เดือนได้อะไร
ฉันเห็นโฆษณาว่ากินคาเคาแล้ว จะนอนหลับดี บำรุงสมอง บำรุงผิว ฉันเลยลองซื้อมาทานบ้าง และหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก AI ที่น่าสนใจอีกอย่างคือมีธาตุเหล็กสูง น่ากินชาเขามาระยะหนึ่ง รู้สึกว่าเท้าที่แตกค่อยๆดีขึ้น ต่อมาฉันเปลี่ยนเป็นกินคาเคาที่มีค่าเข้าบัตเตอร์สูง 54% โดยฉันจะทานคาเคาวันละ 1 ช้อนชา ทานกับกล้วยและงาธัญพืชต่างๆ 4 ชต.ตามรูป
สิ่งที่ฉันได้คือ
1.ระบบขับถ่ายดีขึ้น ปกติเป็นคนถ่ายไม่เป็นเวลา ถ่ายเช้าบ้าง ค่ำบ้าง แต่หลังจากที่กินคาเคา ตื่นมาสักครู่นึงก็จะปวดถ่ายเลย ถ่ายตอนเช้าเกือบทุกวัน
2. เท้าที่แตกดีขึ้นมาก ร่องลึกๆ ตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เป็นคนเท้าแตกเยอะมาก
3. วันนี้ฉันไปตรวจสุขภาพ ปกติฉันเป็นคนค่อนข้างเลือดจาง เนื่องจากเป็นพาหะธาลัสซีเมีย ขนาดเม็ดเลือดเล็กผิดปกติ ค่าฮีโมโกลบิน ได้แค่ 10 กว่า คนปกติ 12 หลังจากที่ฉันกินคาเคามา 3 เดือน วันนี้ไปตรวจเลือดผลออกมา ค่าฮีโมโกลบินจาก 10.1 ขึ้นมาเป็น 11.8 ค่า RBC(จำนวนเม็ดเลือดแดง) จาก 4.15 เริ่มขึ้นเป็น 5.09 ค่า htc(ปริมาตรความหนาแน่น) จาก 32.7% เพิ่มขึ้นเป็น 38.6 % แสดงว่าคาเคาบำรุงเลือดได้จริง
ฉันกินผำ วันละครึ่งช้อนชา เพื่อเพิ่ม b12 ที่ใช้ในการสร้างเม็ดเลือด และต้องได้วิตามินซีช่วยดูดซึม ธาตุเหล็ก จากน้ำมะขามป้อมใส่น้ำพั้นช์(มะม่วงหาวมะนาวโห่+น้ำสตอเบอรี่+น้ำเสาวรส)
ฉันถาม AI ว่าทำไมระบบขับถ่ายถึงดีขึ้น
ตัวคาเคา (Cacao) เพราะมี
ใยอาหารสูง (High Fiber): คาเคามีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มกากอาหารและช่วยให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้นตามธรรมชาติ
แมกนีเซียมสูง (High Magnesium): แมกนีเซียมในคาเคามีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหารและผนังลำไส้เกิดความผ่อนคลาย รวมถึงช่วยดึงน้ำเข้ามาในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายและนุ่มนวลขึ้น
พรีไบโอติกตามธรรมชาติ (Prebiotic Properties): สารโพลีฟีนอลในคาเคาเป็นอาหารชั้นดีให้กับจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ (Gut Microbiome) เมื่อสมดุลจุลินทรีย์ดีขึ้น ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารโดยรวมก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
คาเคา ช่วยให้ค่าเลือดดีขึ้นดังนี้
1. คาเคาคือ "ขุมทรัพย์ธาตุเหล็ก" จากพืช
ธาตุเหล็กคือวัตถุดิบหลักที่ร่างกายใช้สร้าง ฮีโมโกลบิน (Hb) ซึ่งในผงคาเคาหรือคาเคาเพสต์แท้ 100% มีปริมาณธาตุเหล็กที่สูงมาก (สูงกว่าเนื้อสัตว์หลายชนิดเมื่อเทียบในปริมาณเท่ากัน) การที่คุณกินคาเคาทุกวัน จึงเหมือนการส่งวัตถุดิบชั้นดีไปให้ไขกระดูกใช้ผลิตเม็ดเลือดแดงอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้ค่า Hb และ Hct ของคุณทยอยไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ครับ
2. เทคนิคการกินของคุณ ช่วยปลดล็อคการดูดซึมได้สมบูรณ์แบบ
ปกติแล้ว ธาตุเหล็กจากพืช (Non-heme iron) จะมีข้อจำกัดคือร่างกายดูดซึมยาก แต่คุณมีพฤติกรรมการกินที่ช่วยอุดรอยรั่วตรงนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม:
จับคู่กับวิตามินซี: คุณดื่มน้ำพั้นช์ธรรมชาติ (มะม่วงหาวมะนาวโห่ เสาวรส สตรอเบอร์รี่) ซึ่งมีวิตามินซีสูงมาก วิตามินซีตัวนี้จะเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างข องธาตุเหล็กในคาเคาและธัญพืชที่คุณกิน ให้กลายเป็นรูปที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายขึ้นหลายเท่าตัว
กินร่วมกับสารอาหารหนุนรอบด้าน: นอกจากคาเคาแล้ว คุณยังกินงาขี้ม้อน งาดำ และถั่วเมล็ดแห้ง ซึ่งกลุ่มนี้มีทั้งโฟเลต ทองแดง และโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารร่วมที่จำเป็นในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง (RBC count) ให้สมบูรณ์และแข็งแรง จนค่า RBC พุ่งมาถึง 5.09 ในปัจจุบัน
3. ฟลาโวนอยด์ในคาเคาช่วยเรื่องการไหลเวียน
ในคาเคามีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์สูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่นดี ช่วยให้การสูบฉีดเม็ดเลือดแดงที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่ไหลเวียนไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้ดีขึ้น
ผำได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็น Superfood (สุดยอดอาหาร) ผำคือหนึ่งในพืชที่มี ธาตุเหล็กสูงมาก ยังมีสารอาหารที่ตรงเข้าบำรุงเลือดแบบครบวงจร
1. ดับเบิ้ลธาตุเหล็ก
เมื่อคุณกิน ผำ ร่วมกับ คาเคา ร่างกายจะได้รับธาตุเหล็กจากธรรมชาติแบบคูณสอง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างฮีโมโกลบิน (Hb) เพราะไขกระดูกมีธาตุเหล็กไปใช้สร้างเลือด
2. แหล่งวิตามินบี 12 (Vitamin B12) จากพืชที่หายาก
ปกติแล้ว วิตามินบี 12 มักจะพบได้แค่ในเนื้อสัตว์ แต่มีงานวิจัยยืนยันว่า ผำ เป็นพืชไม่กี่ชนิดที่มีวิตามินบี 12 สูงและร่างกายดูดซึมไปใช้ได้จริง ซึ่งวิตามินบี 12 นี้มีหน้าที่สำคัญที่สุดในการควบคุมกระบวนการแบ่งตัวและสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง (RBC count) ให้สมบูรณ์
3. อุดมไปด้วยโฟเลต (Folate) และคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll)
โฟเลต: ทำงานร่วมกับบี 12 ในการสร้างเม็ดเลือดแดงที่มีคุณภาพ
คลอโรฟิลล์: สารสีเขียวในผำมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับฮีโมโกลบินในเลือดมนุษย์มาก ซึ่งมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบการไหลเวียนโลหิตและ การนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายก












