Automatically translated.View original post

Can't cook freshly

6/8 Edited to

... Read moreตอนแรกเราก็งงมากกับคำว่า “ปรุงจืด/ปรุงตืด” เพราะอยากได้ลุคธรรมชาติใสๆ แต่พอแต่งจริงดันกลายเป็นหน้าแบน ดูซีด หรือดูป่วยแทน เลยลองจับทางเองจนได้ทริคที่ทำให้ “จืดแบบมีอะไร” คือยังละมุน แต่หน้าดูมีเลือดฝาดและมีมิติอยู่ 1) เข้าใจก่อนว่า “ปรุงจืด” ไม่ได้แปลว่าไม่ลงอะไรเลย ลุคนี้คือเมคอัพที่สีไม่โดด ไม่จัด แต่ต้องบาลานซ์ 3 อย่าง: ผิว (งานผิวเนียน), สี (โทนอ่อนละมุน) และมิติ (เงา-ไฮไลต์เบาๆ) ถ้าขาดมิติเมื่อไร หน้าจะดูหมองทันที 2) งานผิวสำคัญที่สุด: เน้นบางแต่ปกปิดเฉพาะจุด ถ้าอยากให้ดูคลีน ให้ใช้รองพื้น/คุชชั่นบางๆ แล้วค่อยแต้มคอนซีลเลอร์เฉพาะใต้ตา รอยแดงข้างจมูก และรอยสิว จากนั้นเซ็ตแป้งแค่โซนทีหรือบริเวณที่มันง่าย จะช่วยให้ผิวดูเป็นผิว ไม่หนา และไม่แห้งจนดูป่วย 3) ใช้บลัชโทนพีช-ส้มอ่อนเป็น “ตัวช่วยชีวิต” ของลุคจืด จาก OCR ในรูปเป็นพาเลทบลัชออน ODBO ที่มี 4 เฉดสีโทนส้มพีชและน้ำตาลอ่อน เราว่าพาเลทแนวนี้เหมาะมาก เพราะเลือกได้ทั้งสีแก้มและสีสร้างเงาในตลับเดียว - ผิวขาว/ขาวเหลือง: เลือกพีชอ่อนหรือส้มพีชนมๆ ปัดแล้วจะดูใส - ผิวกลาง/ผิวสองสี: ผสมพีชกับน้ำตาลอ่อนนิดๆ จะได้ความอบอุ่น ไม่ลอย - ผิวแทน: ใช้ส้มพีชที่เข้มขึ้นหรือผสมกับน้ำตาลอ่อนให้สีชัดขึ้น จะไม่โดนกลืน วิธีปัดที่ช่วยไม่ให้ “ปรุงจืดแล้วดูป่วย” - ปัดแบบไล่ขึ้นขมับ (ไม่ปัดต่ำเกินไป) จะช่วยยกหน้า - ปัดบางๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละนิด อย่าให้เป็นปื้น - ถ้าแก้มดูแบน ให้แตะเฉดน้ำตาลอ่อนเป็นเหมือนคอนทัวร์แก้มเบาๆ ใต้โหนกแก้ม 4) ตา-คิ้ว-ปาก ต้องไปด้วยกัน - คิ้ว: ใช้สีอ่อนกว่าผมเล็กน้อยและปัดให้ฟุ้ง จะไม่แข็ง - ตา: ใช้น้ำตาลอ่อนหรือพีชแมตต์บางๆ ที่เปลือกตา แล้วเพิ่มเงาที่หางตานิดเดียวพอ (นี่แหละมิติแบบลุคจืด) - ปาก: เลือกนู้ดพีช/ชมพูนมๆ แต่ถ้าหน้าซีดง่าย ให้ทาลิปทินต์ด้านในก่อนแล้วค่อยทาทับด้วยลิปบาล์มหรือลิปสีอ่อน จะดูสุขภาพดีขึ้นทันที 5) เช็กในแสงธรรมชาติ ลุค “ปรุงจืด” ชอบหลอกในห้องมาก แต่งเสร็จลองเดินไปดูใกล้หน้าต่าง ถ้าหน้าดูเทา/ป่วย ให้เติมบลัชพีชอีกนิด หรือเพิ่มสีน้ำตาลอ่อนที่ขอบหน้าเบาๆ แค่นี้ก็ยังคงความจืดแบบน่ามอง ไม่ใช่จืดแบบเหนื่อยๆ แล้ว