Miss Little Fox🦊 and Prince Of Heart Jack💔
‼️ เนื้อหาอาจมีสปอยและการวิเคราะห์ตัวละคร‼️
เราทำ Challenge อ่านนิยาย 1 เดือนซึ่งเราอาจจะโพสต์นิยายเล่มอื่นไปแล้วที่เป็นภาษาอังกฤษแต่เล่มนี้คือเล่มแรกที่เราแบบตั้งใจอ่านจนจบ 1 เดือนเป็นครั้งแรก💖👍
📚ขอบอกไว้ก่อนว่าปมตอนจบเกี่ยวกับแจ็คอ่ะเป็นอะไรที่แบบติดตาตรึงใจมากกก
📚เราเป็นคนที่ระแวงตัวละครนี้ แม้หลังๆจะเริ่มวางใจนางด้วยสถานการณ์หลายอย่างที่มันค่อนข้างจะชุลมุนพันกันยุ่งเหยิงเหมือนกับไหมพรม
📚แต่เราก็เลยคิดว่านางเหมือนพระเอกในใจ...จนมีประโยคและ เป็นช่วงตอนจบที่...นางเอกได้กล่าวถึงเกี่ยวกับการกระทำบางอย่างของเเจ๊คเลยรู้สึกว่า....ฉัน โดนเเจ็ค แกงหม้อใหญ่เข้าจริงๆนะ😂
📚ในส่วนของการอ่านเล่มสองมาเเน่ เพราะเล่มหนึ่งคือปฐมบทจริงๆพออ่านจบเเบบอ้าว มันเพิ่งเริ่มต้นนี่นา เเบบนี่มันเเค่น้ำจิ้มเเน่ๆเพราะ ปมอีเเวนก็ค่อนข้างใหญ่เลย ในหลายๆอย่างที่เราเเบบมันจะเป็นไงต่อต้องเล่มสองต่อเเล้วไหม the ballad of never afterต้องมีเเล้วไหม 🌹💖
🌹📚ในด้านการวิเคราะห์ตัวละครเเละเนื้อเรื่อง
📚🫖 ในด้าน setting เนื้อเรื่อง
ถึงแม้มันจะได้เต็มไปด้วยแบบเทพนิยาย หรือว่าเวทมนต์ก็ตาม
แต่ส่วนใหญ่...มันจะแสดงออกถึงพฤติกรรมของคนความ อิจฉาริษยา ความรักเป็นหลัก💔 เรารู้สึกว่านักเขียนน่ะตั้งใจทำให้เราอ่ะรู้สึกตื่นเต้นเดาทางเนื้อเรื่องค่อนข้างยาก. เพราะว่ามันเกิด Event ขึ้นหลายอย่างแต่มันก็กระตุ้นทำให้เราอยากอ่านต่อๆไปมันทำให้เรารู้สึกว่าเออมันเหมือนแบบได้ผจญภัย แล้วก็ลุ้นไปกลับพฤติกรรมของตัวละครที่แต่ละอย่างที่มันเกิดขึ้นน่ะ มันเป็นตัวจุดจุดชนวนมากเลย☕️ โดยเฉพาะแจ็คเพราะฉะนั้นเราจะไม่ลงตัวละครของแจ็คมากจะขอบอกว่านางทำอะไรตามอารมณ์ตัวเองเดาทางยาก จนสุดท้ายอ่ะเราไม่รู้ว่านางจะมาดีจะมาร้ายเลย ถึงแม้เราจะรู้ว่าเออตัวละครนี้คือพระเอกของเรื่องในซีรีย์นี้นะ แต่เราก็จะมีความแบบเชื่อใจนางยากถึงแม้ตอนท้ายเล่มจะทำให้เราเชื่อใจแต่พอมาเจอคำถามของอีแวนมันทำให้เราแบบฉุกคิดขึ้นมาว่าเอออย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆในดินแดนนี้ คือมันมีความแบบ หลอกกันไปหลอกกันมา เวทมนต์ว่าร้ายกาจแล้วอ่ะแต่การแบบ การกระทำของตัวละครอ่ะร้ายกาจกว่ามันทำให้เราทุกที่ขึ้นมาว่าการเชื่อแต่คำพูด และการกระทำเพียงแค่ตื้นเขินนะ มันทำให้เรายังตัดสินใจอะไรต่อไปไม่ได้ว่า ในเรื่องจะดำเนินไปทางไหน ว่าเราควรจะเชื่อใจมากน้อยแค่ไหน
มันต้องดูไปเรื่อยๆอ่ะ มันจะมีการเติบโตของตัวละคร
📚🫖 Fate ที่ไม่ใช่แปลว่าโชคชะตาแบบสิ่งที่เป็นนามธรรมนะแต่เป็นคนเลยแล้วก็ค่อนข้างมีผลกับเนื้อเรื่องเราชอบระบบนี้มากคือมันดูจับต้องได้ และมันดูจะแทรกแซงเนื้อเรื่องได้ทำให้เราเดาอะไรแทบไม่ถูก ว่ามันจะไปยังไงคือมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ตัวละครนั้นจริงๆ
🦊💖 เราคิดว่านางเอกในตอนแรกเนี่ยค่อนข้างเป็นคนที่อินโนเซ้นท์เรื่องรอบตัวมากๆเพราะว่าเรื่องของเรื่องคือมันมาจากครอบครัวซึ่งปมครอบครัวก็เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดเหมือนกัน
🦊💖 เติบโตมาในครอบครัวที่เป็นแบบ lovely ครอบครัวที่แบบว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นความน่ารัก ซึ่งคุณแม่ก็มาจากเมืองแห่งเทพนิยาย คุณพ่อก็เป็นแบบว่าร้านขายของที่แบบมหัศจรรย์. มันทำให้เรารู้สึกว่ามันเต็มไปด้วยกลิ่นอ ายฟองสบู่ของเทพนิยาย มันแบบมันฟุ้งมันสีชมพู
🦊💖 ภาวะการแตกสลายตัวละครและการเติบโตนางเอกเป็นตัวแทนของการอกหักจากคนที่รักมากๆแต่ก็หักหลังถึง 2 คนซึ่งตรงนี้เราจะไม่เฉลยแต่อย่าถ้าใครได้อ่านอยากให้ลองไปอ่าน
⚘️🫖คนเเรก เป็นคนที่นางเอกพยายามมองในแง่ดีแล้วก็คิดว่าเป็นคนใกล้ตัวที่นางเอกช่วยเหลือเต็มที่แต่สุดท้ายหักหลังได้เจ็บแสบและเป็นตัวละครที่เราแบบหมายหัวแดงมากว่าแบบ ไม่ชอบตัวละครนี้เลยอ่ะ แล้วก็เป็นต้นกำเนิดหลายๆอย่างของเรื่อง
⚘️🫖 ส่วนคนที่ 2 อ่ะ เป็นตัวละครที่เรารู้สึกว่าเป็นความรักในแง่ของแบบชายหนุ่มหญิงสาวมันดูเหมือน Poppy love นะแต่มันมีความขมอยู่ในนั้นคือตัวอีเเวนจะมีความมีความคิดเป็นของตัวเอง พูดถึงนางจะรักหรือว่าเทิดทูนความรักแค่ไหนอ่ะ แต่นางก็มองว่าอิสระในชีวิตอ่ะสำคัญซึ่งมันจะมี การพูดถึงว่านาง จะต้องแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักอ่ะตอนที่แบบอายุยังน้อยๆอยู่เลยอ่ะ
แต่อีเเวนก็แบบโตมาในแบบครอบครัวที่ให้อิสระเต็มที่ก็มองว่าชีวิตฉันจะต้องมาจบการเป็นแม่บ้าน. แล้วก็ใช้ชีวิตเป็นภรรยาแค่นี้หรออันนี้ก็ทำให้เราฉุกคิดว่าเออ....เธอไม่ได้แบบรักใครแบบหน้ามืดตามัวแต่มีแผนในชีวิต ถึงสุดท้ายสิ่งที่เธอทำอ่ะมันจะนำไปสู่ความยุ่งยากในภายหลังเพราะว่าเธอก็รับไม่ได้กับอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นกับคนที่สองคนนี้ของเธอซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับคนที่ 1 ด้วยเช่นกัน
🦊💖 มองนางเอกที่มีต่อในเนื้อเรื่องอ่ะมันค่อนข้างเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆคือนางเอกเป็นคนฉลาดนะคือไม่ใช่คนที่แบบใส่ผจญฉันไม่รู้เรื่องถึงแม้จะอินโนเซ้นท์แต่นางก็แยกออกว่าใครดีไม่ดีแต่ก็แบบมองที่จะให้โอกาสคน. ถึงแม้การให้โอกาสคนจะนำมาซึ่งภัยถึงตัวนางก็ตาม😭 คือมันหลายรอบแล้วอ่ะจนถึงขั้นแบบแทบจะเสียสละตัวเองให้คนอื่นแล้วอ่ะ. ถ้าแจ็คไม่คอยเตือนสติอะนะ
🦊💖 อีแวนจะมีความเชื่อในความรักที่ค่อนข้างสุดโต่งเพราะว่านางยึดติดกับครอบครัวของนางที่มีให้เห็นตั้งแต่เด็กยันตัวเองโตถึงแม้แบบว่าในมันจะมีปมที่นางอ่ะแตกสลายในเรื่องครอบครัวอีกก็คือการสูญเสียทั้งพ่อแล้วก็แม่ แต่ว่าก็ยังยึดมั่นแล้วก็เหมือนไอ้ภาพจำนั้นมันยังฝังอยู่ในหัวว่าถ้าจะมีความรักอ่ะฉันขอแบบนี้ดีกว่าไม่ใช่การที่ใครมาข้างรักฉันอยู่ฝ่ายเดียว....แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลยรู้สึกดีที่เขาทำให้นะแต่เรากลับไม่ได้รู้สึกรักเขา
🦊💖 ความฉลาดของน้องอีกคือถ้าแบบแจ็คอ่ะคือคนที่ฉลาดเกมโกงมากซึ่งนางเอกก็ได้รู้ว่าพลาดพลั้งพอไปทำพันธสัญญากับแจ็คแล้ว. รู้ว่าแบบเออมันมีหลายอย่าง ที่เ สียเปรียบเราต้องทำตามข้อตกลงของแจ็คก็ตามแต่นางก็จะมีความแบบ...ฉันต้องเอาตัวรอดให้ได้
ฉันยอมไปก่อนก็แล้วกันแต่สุดท้ายฉันก็มีทางของฉันและนางก็เป็นคนที่จบปัญหาด้วยตัวเองนะไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิด
🌹จากนางหรือเกิดจากตัวละครอื่น....ฉันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบในสิ่งนี้จริงๆ
📚เราก็เลยรู้สึกว่าเออตัวละครมันตลอดแค่เล่มแรกนะมันมีการเติบโตของตัวละครอะไรเยอะมากและทำให้เรารู้สึกว่าเราชอบประโยคนึงที่อีแวนพูดขึ้น
🌹" ฉันไม่ใช่แบบเด็กสาวหรือหญิงสาวในวันนั้นอีกแล้ว"🌹
หลังจากที่ได้อ่าน Once Upon a Broken Heart จบในเล่มแรก ผมรู้สึกว่านี่เป็นนิยายที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะผูกเรื่องได้ซับซ้อนและมีความลึกซึ้งในตัวละคร โดยเฉพาะกับแจ็ค ตัวละครที่ดูเหมือนไม่ง่ายจะไว้วางใจ แต่กลับมีพัฒนาการและปมที่น่าสนใจจนทำให้ผู้อ่านถวิลหาและติดตามอย่างใกล้ชิด สิ่งที่ชอบมากคือตอนจบที่ทำให้เรารู้สึกว่าการเดินเรื่องแค่เริ่มต้นเท่านั้น ปมใหญ่ที่เกี่ยวกับอีแวนเปิดโอกาสให้นิยายยังมีต่ออีกมาก และสะท้อนความยุ่งเหยิงของความสัมพันธ์ในเรื่องได้อย่างดี เหมือนปมเรื่องที่พันกันเหมือนไหมพรมที่ต้องแกะเรื่อยๆ ในฐานะผู้อ่านที่ชอบซึมซับและตีความความหมายเบื้องหลังนิยาย ผมชอบการที่ผู้เขียนสร้างบรรยากาศความระแวงและความไม่แน่นอน ทำให้เราไม่สามารถคาดเดาได้ง่าย ๆ ว่าตัวละครใครจะเป็นพระเอกหรือคนร้ายในเรื่อง จึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นและอยากอ่านต่อในเล่มสอง The Ballad of Never After ที่น่าจะมาตอบโจทย์ความสงสัยของแฟนหนังสือ สำหรับใครที่ชอบอ่านนิยายแนวแฟนตาซีที่เน้นการเล่าเรื่องแบบสร้างปมค้างคาใจและตัวละครมีมิติซับซ้อน เรื่องนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย และยังเหมาะสำหรับผู้ที่อยากท้าทายตัวเองในการอ่านหนังสือที่ต้องใช้เวลาศึกษาและตีความ เรียกได้ว่าเป็นชาเลนจ์ที่คุ้มค่าและสนุกดีทีเดียว

