Automatically translated.View original post

5 things to tell you, 22-29 years old.

The period of self-gratitude is 22 to 29 years.

Thank you for all the difficulties in life.

Thank you for agreeing to do things that you didn't want to do at that time.

Used to do one project that was very heavy

It's hard for our knowledge of that ability.

Driving home, crying all the time

Used to be stressed, thinking a lot until driving

But thanks to all the adults who gave it a chance.

That difficulty makes everything easy.

Thanks for all the mistakes.

If we're hard at this time, 30 or 40, we're fine.

22-29 years old. The new end doesn't think much of it.

I don't understand life. Because life is not like college.

Don't have fun, because time flies so fast, really.

One blink is over for 18 years. ❤️❤️

# playy # playycommunity # amway # Amway

# Develop yourself

1/22 Edited to

... Read moreในช่วงวัย 22-29 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับการวางรากฐานชีวิตและอาชีพ หลายคนอาจรู้สึกสับสน หรือต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลาย บทความนี้ชวนให้เราหันมามองและขอบคุณความยากลำบากที่เจอ เพราะนั่นคือครูที่สอนและเตรียมเราให้แข็งแรงในอนาคต การตั้งเป้าหมายชีวิตอย่างชัดเจน แม้ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ จะช่วยให้เราไม่หลงทางและมีแรงจูงใจในการพัฒนา เมื่อรู้ว่าต้องการอะไรในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เช่น รายได้ที่ต้องการ หรือไลฟ์สไตล์ที่อยากไปถึง ก็จะทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น นอกจากนี้ การเลือกคนรอบข้างก็สำคัญมาก เพราะคนที่อยู่ใกล้เราจะมีอิทธิพลต่อทัศนคติและความก้าวหน้าในชีวิต อย่ามองแค่เงินเดือนหรือชื่อเสียงของงาน แต่ควรดูที่โอกาสในการเรียนรู้และเติบโตในองค์กรนั้นๆ อีกข้อที่เน้นคือการกล้าทำเรื่องที่ยากและไม่สะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามันสอดคล้องกับเป้าหมายในชีวิต การเป็นคนที่กล้าท้าทายตัวเองในเรื่องที่ไม่ถนัด จะช่วยเพิ่มทักษะและเพิ่มความมั่นใจ เรื่องการเงินก็ไม่ควรมองข้าม เพราะวินัยทางการเงินในช่วงวัยนี้ จะช่วยลดภาระหนี้สินและเพิ่มอิสรภาพในการตัดสินใจต่างๆ "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน" คือหลักการที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง นอกจากนี้การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดเรียนรู้ จะช่วยเปิดประตูโอกาสใหม่ ๆ รวมถึงเชื่อมโยงประสบการณ์ในอดีตให้กลายเป็นความสำเร็จในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัว หลายครั้งที่การเผชิญกับความยากลำบากในช่วงวัย 20s นั้นทำให้เครียดมาก ถึงขับรถกลับบ้านแล้วร้องไห้บ้าง แต่เมื่อผ่านพ้นมาได้ ทุกอย่างง่ายขึ้นจริง ๆ เราได้เรียนรู้ที่จะอดทนและใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายมากกว่าเดิม สุดท้าย อยากฝากให้น้อง ๆ ทุกคนอย่ามัวแต่สนุกเพลิดเพลินจนลืมเวลา เพราะมันผ่านไปไวมาก ช่วงเวลา 7-8 ปีนี้เป็นช่วงที่จะตั้งตัวและวางแผนสำหรับ 10 ปีข้างหน้าได้ดีที่สุด! ขอเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ทุกคนเติบโตอย่างมีสติและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้