1/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นหาเรื่อง “จูบกับแฟน Pantip” เพราะอยากรู้ว่าอะไรคือขอบเขตที่เหมาะสม แล้วถ้าเรา/แฟนอยากจูบ แต่อีกฝ่ายไม่โอเค ควรทำยังไงดี เราเองเคยผ่านช่วงที่ไม่กล้าพูดตรงๆ เหมือนกัน เลยอยากแชร์มุมที่บ้านเราใช้หลักเดียวกับที่สอนลูกเรื่อง “สิทธิในร่างกาย” คือ ทุกอย่างต้อง “เต็มใจ” ไม่ใช่ “ต้องทำเพราะเป็นแฟนกัน” 1) จูบกับแฟน “ได้” แต่ต้องมี 3 อย่าง: ขออนุญาต + ยินยอม + เปลี่ยนใจได้ เราคุยกับแฟนแบบง่ายๆ เลยว่า ก่อนจูบขอถามได้ไหม เช่น “ขอจุ๊บได้ไหม” หรือ “โอเคไหมถ้าจะหอม” ฟังดูเขินๆ แต่ช่วยได้มาก เพราะมันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกปลอดภัย และคำตอบ “ไม่ได้/ไม่พร้อม” ต้องจบที่ตรงนั้น ไม่งอน ไม่กดดัน ไม่ประชด 2) คำว่า “แฟน” ไม่ได้ให้สิทธิ์เหนือร่างกาย อันนี้คือหัวใจเลย เหมือนที่เราถามลูกว่า “ป่ะป๊าจุ๊บปากหนูได้ไหมคะ” เด็กตอบได้/ไม่ได้ตามความรู้สึกจริงๆ ผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน ต่อให้คบกันมานาน ก็ยังมีวันที่ไม่อยากจูบ ไม่อยากกอด หรือไม่อยากให้แตะ ต้องเคารพเหมือนเดิม 3) ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ ให้สื่อสารแบบไม่กล่าวโทษ ประโยคที่เราใช้บ่อยคือ “วันนี้เราไม่สะดวกจูบ แต่ยังรักเหมือนเดิมนะ” หรือ “เราเขิน/เราเหนื่อย ขอแค่กอดได้ไหม” วิธีนี้ช่วยลดการเข้าใจผิดว่าไม่รัก และยังรักษาขอบเขตของตัวเองได้ 4) เรื่องสุขอนามัยก็เป็นเหตุผลที่ปฏิเสธได้ บางคนไม่ชอบจุ๊บปากเพราะกังวลกลิ่นปาก แผลร้อนใน หรือความสะอาด (เหมือนลูกบ้านเราเคยบอกว่า “เพราะปะป๊ามีหนวด” ก็เป็นเหตุผลส่วนตัวที่ valid มาก) ถ้าเจอสถานการณ์นี้ ลองตกลงกัน เช่น เปลี่ยนเป็นหอมแก้ม กอด หรือจับมือแทน 5) สัญญาณที่ควรระวัง (ถ้าเจอ ให้ตั้งหลัก) - อีกฝ่ายงอน/โกรธทุกครั้งที่เราปฏิเสธ - พูดว่า “เป็นแฟนกันทำไมทำไม่ได้” - บังคับ จับหน้า กดดันให้ยอม ถ้าเริ่มมีแบบนี้ เราว่าควรคุยกันจริงจังเรื่อง consent และความเคารพ เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ควรแลกกับความอึดอัดหรือฝืนใจ สุดท้าย เรามองว่า “จูบกับแฟน” จะโรแมนติกที่สุดก็ต่อเมื่อทั้งคู่เต็มใจจริงๆ เหมือนที่เราพยายามสอนลูกว่า ร่างกายเป็นของเราเอง จะตอบว่า “ได้ค่ะ” หรือ “ไม่ได้ค่ะ” ก็ไม่ผิดเลย