Automatically translated.View original post

> Title: Know Before You Go! History "Tunnel Temple" Edition Finish Reading in 1 Minute 🌿📜

> Come to Chiang Mai, everyone comes to take pictures at the 'Tunnel Temple', but do you know that this place has a history of more than 700 years! Today, it's easy to read. Let's save it for photos.

> 🏛️ 3 major eras of the Tunnel Temple:

> * 1. Temple Building Era (Phayamang Rai): Built at the beginning of Chiang Mai City, formerly known as the Temple of Vedukataram (Ko 11 Bamboo Temple), built for priests from Sri Lanka to pray.

> * 2.Tunnel-building era: The origin of the temple's name! It stems from the Great Moon, a very good psychic who likes to hike, and he built a brick tunnel for you to walk and meditate easily. The temple has since been called "Tunnel Temple."

> * 3. Abandoned era to the "Buddhist Garden": The temple was abandoned for hundreds of years until 1947 was restored, becoming a practical center among the shady nature.

> * 700 Years Pagoda: Round Bell-shaped Pagoda on Mound Top Tunnel Authentic Lanna Art

> * Wall Mural: Inside the tunnel used to be the oldest bird and flower painting in Chiang Mai (now traces begin to classic by time)

> 📍 Location: Tunnel Temple (Buddhist Garden) after Mon.

> ⏰ Open: 06: 00 to 6: 00 p.m.

# Tunnel temple # Chiang Mai Tunnel Temple # Chiang Mai # Chiang Mai Travel # Where should Chiang Mai go?

8/31 Edited to

... Read moreวัดอุโมงค์ไม่ใช่แค่สถานที่ถ่ายรูปสวยในเชียงใหม่ แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่ามาก เมื่อได้ไปเยือนแล้ว ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศสงบและความร่มรื่นของธรรมชาติที่แทรกตัวอยู่ในวัดนี้ ซึ่งทำให้ไม่เพียงแต่เหมาะกับการมาท่องเที่ยวทั่วไป แต่ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการหาที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมด้วย ในวันที่ผมไปเยือน ได้เห็นตัวอุโมงค์ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพญากือนา เพื่อถวายพระมหาเถรจันทร์ผู้ชื่นชอบเดินป่า เพื่อเป็นทางเดินจงกรมและสถานที่นั่งสมาธิ ตัวอุโมงค์ที่ทำจากอิฐหลายร้อยปีนี้ยังคงสภาพที่น่าทึ่งและบ่งบอกถึงศิลปะล้านนาแท้ ๆ นอกจากนี้ ภาพจิตรกรรมฝาผนังของนกและดอกไม้เก่าแก่ในอุโมงค์ ยังทำให้เห็นร่องรอยของความงดงามและเรื่องราวในอดีต แม้จะค่อย ๆ จางลงตามกาลเวลา แต่ก็เสริมเติมความน่าสนใจของวัดนี้ได้อย่างดี นอกจากนี้ ผมยังประทับใจกับเจดีย์ทรงระฆังบนเนินดิน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะล้านนาแท้ ๆ ให้บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และเป็นสัญลักษณ์ของวัดอุโมงค์ที่ดูแตกต่างและโดดเด่น มุมนี้เหมาะกับการถ่ายภาพรวมที่แสดงถึงความเป็นเชียงใหม่ในมุมประวัติศาสตร์ ที่ตั้งของวัดอุโมงค์ อยู่หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากตัวเมืองไม่ไกลมากจึงสามารถเดินทางสะดวก และเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เช้า ถึง เย็น วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์วัดเก่าในบรรยากาศที่สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ หากใครสนใจทำสมาธิหรือเดินจงกรมยังมีศูนย์ปฏิบัติธรรมในพื้นที่ ช่วยเสริมประสบการณ์การเข้าวัดให้น่าจดจำยิ่งขึ้น สำหรับใครที่วางแผนมาเชียงใหม่ การแวะมาที่วัดอุโมงค์ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย ๆ เท่านั้น แต่ยังได้ซึมซับเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและผสมผสานธรรมชาติอย่างลงตัว เป็นการเที่ยวที่ได้ประโยชน์ครบทั้งกายและใจ ที่สำคัญอย่าลืมเก็บภาพความทรงจำและแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ นี้กับคนรอบข้างด้วยนะครับ