ผ่านทุกอย่างมาถืกว่าเก่งมากแล้ว✌🏻
คำว่า “ผ่านร้อนผ่านหนาว” เป็นสำนวนที่หลายคนชอบใช้เวลาจะพูดถึงคนที่เจอเรื่องหนักๆ มาเยอะ จนกลายเป็นคนที่แข็งแรงขึ้นทั้งความคิดและหัวใจ ความหมายตรงๆ คือ “ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ยากลำบาก (ร้อน) และช่วงเวลาที่หนาวเหน็บ/ลำบากอีกแบบ (หนาว)” พอรวมกันแล้วสื่อว่าเคยเจอประสบการณ์ชีวิตหลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เติบโต ในมุมที่เราใช้จริงในชีวิตประจำวัน “ผ่านร้อนผ่านหนาว” มักไม่ได้หมายถึงแค่อากาศ แต่หมายถึงเหตุการณ์ เช่น ปัญหาสุขภาพ การเรียน การทำงาน ความรัก หรือช่วงที่ชีวิตเหมือนโดนทดสอบรัวๆ พอพูดว่า “ฉันผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว” มันเหมือนการยืนยันกับตัวเองว่า เราเคยรอดจากวันที่แย่มาได้ และวันนี้ก็จะผ่านไปได้เหมือนกัน ตัวอย่างประโยคที่ใช้บ่อย - “เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เลยรับมือกับปัญหาเก่ง” - “ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็จริง แต่ก็ยังมีวันที่เหนื่อยได้เหมือนกัน” - “เราเองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว เก่งมากแล้วนะ” ถ้าอยากใช้ให้กำลังใจตัวเอง (โดยเฉพาะช่วงป่วยหรือร่างกายอ่อนล้า) เราชอบพูดกับตัวเองประมาณนี้ว่า “ปีหน้าขอให้เป็นปีที่ดีขึ้น ขอให้โรคภัยไข้เจ็บใจดีกับเราหน่อย เราเหนื่อยมามากแล้ว” เพราะบางทีการยอมรับว่าเหนื่อย ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่มันคือการซื่อสัตย์กับความรู้สึก และให้พื้นที่ตัวเองได้พัก ทริคเล็กๆ เวลารู้สึกว่าชีวิตหนักเกินไป 1) โฟกัสแค่วันนี้: กินยา/พักผ่อน/ดื่มน้ำให้พอ ทำทีละอย่าง 2) จด “สิ่งที่รอดมาแล้ว”: แค่ 3 ข้อก็พอ จะเห็นว่าจริงๆ เราเก่งมาก 3) ขอความช่วยเหลือ: ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัวหรือแพทย์ ถ้าร่างกาย/ใจไม่ไหว สุดท้าย สำนวนนี้ไม่ได้บอกให้เราต้องทนตลอดเวลา แต่มันเตือนว่า “เราผ่านมาได้” และขอให้หลังจากนี้เป็นช่วงที่ใจดีกับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
