Automatically translated.View original post

Bundle Total Check In Eat Away | Ututhani 🛏️🌳🍽️🥐

🌞 Day 1:

📍 left Bangkok.วิหารแก้ว 100 เมตร วัดท่าซุงAbout three hours here, the interior is very beautifully decorated.

📍 stop by.วัดสังกัสรัตนคีรี (ยอดเขาสะแกกรัง)It is not very far from each other. It can see 360 degrees of city view.

📍 matcha disciples, don't miss it.FFF’s cafeA variety of matcha powders to choose from. That's it.

📍 local lodges clean and air juicy.ค่ำนี้ที่อุทัยLove breakfast. Super full.

🌞 Day 2:

📍 stop by for lunch.PUDSA Café And Decor (ผัสสะ)The atmosphere of the shop is very good. Take beautiful pictures.

📍 eat and go to the cave to watch nature (easy to walk, not very hot)หุบป่าตาด

📍 in the shelter.ทิวสนคาเฟ่ & โฮมสเตย์Surrounded by mountains and nature.

🌞 Day 3:

📍 stop by the flower garden.สวนสมุนไพรภูปางสวรรค์ Skywalk Banrai herb garden & CafeFood and drink are available. Anyone who wants to take a picture with the flower garden must come.

📍 before returning, the BMA checked in.ต้นไม้ยักษ์ บ้านไร่ อุทัยธานีTogether

# Uthani # Where to visit Uthai # Check in to eat # lemon 8 diary # Uthani trip

1/5 Edited to

... Read moreใครกำลังหา “ที่เที่ยวจังหวัดอุทัย” แบบไปง่าย ใกล้กรุงเทพฯ แถมได้ทั้งวัด ธรรมชาติ คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสวยๆ เราขอแชร์ทริคเล็กๆ จากทริปอุทัยธานีสไตล์เช็คอินกินเที่ยว (ใช้ได้กับแพลน 3 วัน 2 คืนในโพสต์นี้เลย) เผื่อช่วยให้จัดทริปได้ลื่นขึ้นและคุ้มเวลา 1) วางเส้นทางให้ขับน้อย แต่แวะได้หลายจุด โซนเมืองอุทัยธานีจะเหมาะกับสายไหว้พระ-คาเฟ่ เช่น วิหารแก้ว 100 เมตร วัดท่าซุง กับวัดสังกัสรัตนคีรี (ยอดเขาสะแกกรัง) แนะนำจัดไว้วันเดียวกันเพราะอยู่ไม่ไกลกันมาก แล้วค่อยค่อยๆ ไล่ไปโซนธรรมชาติอย่างหุบป่าตาด และโซนบ้านไร่ (สวนสมุนไพรภูปางสวรรค์/ต้นไม้ยักษ์) ในวันถัดไป จะได้ไม่ต้องย้อนทางหลายรอบ 2) เวลาที่เหมาะกับแต่ละสถานที่ (ช่วยให้คนไม่แน่น + ถ่ายรูปสวย) - วิหารแก้ววัดท่าซุง: ไปช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง แสงกำลังดี และเดินชมภายในสบายตา รายละเอียดกระจก-โคมไฟจะเด่นมาก - ยอดเขาสะแกกรัง: ถ้าขึ้นช่วงเย็นๆ จะได้วิวเมืองแบบ 360 องศา แสงนุ่ม ถ่ายรูปสวย (แต่เช็กเวลาปิดด้วย) - หุบป่าตาด: เราชอบไปช่วงบ่ายต้นๆ เพราะเดินเข้าถ้ำแล้วอากาศเย็น ไม่ร้อนมากทางเดินก็เดินง่าย ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดีหน่อยจะชิล - สวนดอกไม้/skywalk: แนะนำช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อให้สีดอกไม้เด่นและไม่แสบตา โดยเฉพาะทุ่งคอสมอส ถ้าลมพัดเบาๆ รูปจะดูละมุนมาก 3) คาเฟ่และของกินที่ควรเผื่อท้อง ถ้าเป็นสายมัทฉะ ลองจัดคิวคาเฟ่ไว้ก่อน/หลังวัด จะช่วยรีเฟรชดีมาก เรามักสั่งเมนูมัทฉะที่ร้านแนะนำก่อน 1 แก้ว แล้วค่อยเลือกผงที่ชอบในแก้วถัดไป (บางร้านมีหลายเกรดมาก) ส่วนร้านอาหาร/คาเฟ่บรรยากาศดีอย่าง PUDSA Café And Decor ก็เหมาะกับมื้อกลางวัน เพราะมีทั้งอาหารและมุมถ่ายรูปในร้าน 4) ทริคเลือกที่พักให้เข้ากับทริป - ถ้าชอบเดินเที่ยวในเมือง + อยากได้ฟีลโลคอล: เลือกพักในตัวเมืองจะเดินทางสะดวก และหาของกินง่าย - ถ้าอยากตื่นมาดูภูเขา/ธรรมชาติ: เลือกโฮมสเตย์หรือที่พักโอบล้อมธรรมชาติ แล้วเผื่อเวลาอยู่ที่พักจริงๆ สักครึ่งวัน จะคุ้มกว่าไปแค่นอน 5) เช็กลิสต์ของที่ควรพก (กันพลาด) - รองเท้าผ้าใบ/รองเท้ากันลื่นสำหรับหุบป่าตาด - สเปรย์กันยุง + ทิชชู่เปียก (โซนธรรมชาติใช้บ่อยมาก) - หมวก/ครีมกันแดดสำหรับสวนดอกไม้ - เงินสดติดไว้เล็กน้อย เผื่อบางจุดสัญญาณไม่แรงหรือร้านเล็กๆ ยังไม่รับโอน ถ้าใครอยากเที่ยวเมืองรองแบบสโลว์ๆ แต่อัดแน่นด้วยสถานที่ท่องเที่ยว อุทัยธานีตอบโจทย์มาก ทริปนี้ได้ครบทั้งวัดสวย ธรรมชาติในถ้ำ ทุ่งดอกไม้ มัทฉะ และแลนด์มาร์กอย่างต้นไม้ยักษ์ กลับมาก็รู้สึกว่า 3 วัน 2 คืนกำลังดีพอดีเลย