🏊 SWIMMING IN THE DARK 🏳️‍🌈 จะรักหรือจะรอด?

🏊SWIMMING IN THE DARK 🏳️‍🌈

The debut novel written by Tomasz Jedrowski

หมวดหมู่ : Fiction , Coming of age story , LGBT literature

หน้า : 229 หน้า (Eng. version)

ชื่อไทย ว่ายวนยามสนธยา , salmon books

💬 เล่มนี่ดีมาก ๆ หนังสือเล่มนี้เล็ก จำนวนหน้าน้อย แต่การถ่ายทอดให้เต็มร้อย 😭

เป็นการเขียนแบบพรรณนาโวหาร + บรรยายที่ทำให้เราได้เห็นภาพทั้งหมดของบ้านเมืองในสมัยนี้ การที่ตัวเอก struggle กับเพศสภาพ การเมือง เศรษฐกิจ และการหาค้นหาความหมายของชีวิตในการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ …my best read of this year 🏆

👬About …SWIMMING IN THE DARK 💦

📚หนังสือเริ่มจากการที่นำเรากลับไปในช่วง 1980s ของโปแลนด์ 🇵🇱 ท่ามกลางการเมืองคอมมิวนิสต์ที่ตึงเครียด และ เสรีภาพที่แทบไม่มี นักศึกษาคนหนึ่งชื่อ Ludwik ได้เจอกับ Janusz ในค่ายแรงงานเกษตรฤดูร้อน ทั้งสองคนใช้เวลาร่วมกันและพัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า “เพื่อน” ก่อนที่ทั้งคู่จะต้องกลับไปสู่กรุงวอร์ซอและใช้ชีวิตแบบเดิม

🏳️‍🌈 ในสังคมที่ไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ และในประเทศที่พร้อมจะล่มสลายได้ทุกเมื่อ ทั้งสองพยายามประคองความรักเอาไว้ในแบบที่ตัวเองคิดว่าเวิร์คที่สุด

แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่เคยไปในทิศทางเดียวกันเลย Ludwik เลยตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า...แบบนี้เรียกว่าชีวิตจริงๆ มั้ย ? แล้วเราจำเป็นต้องทนใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนไปตลอดหรออออออ 😭

💬 เล่มนี้ดีจริงงงงงงงง เพิ่มเข้ากองดองด่วนนนนน !

#bbreadsomebooks #อ่านหนังสือ #อ่านตามlemon8 #หนังสือน่าอ่าน #ป้ายยาหนังสือ

กรุงเทพมหานคร
2025/8/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหารีวิว “ว่ายวนยามสนธยา (Swimming in the Dark)” เพื่อดูว่าเหมาะกับตัวเองไหม เราว่าจุดเด่นของเล่มนี้คือ “ความรักที่ต้องต่อรองกับโลกจริง” แบบเจ็บ ๆ ไม่ได้หวานนำ แต่เป็น coming of age ที่ทำให้เห็นว่าในประเทศที่ไม่มีทางเลือก การจะรักหรือจะรอดมันไม่ใช่คำถามโรแมนติกเลย เรื่องเล่าผ่านมุมของ Ludwik นักศึกษาที่โตมากับความอึดอัดของสังคมโปแลนด์ยุคคอมมิวนิสต์ (ประมาณช่วง 1980s) บรรยากาศในเล่มจะพาเราเห็นเมือง ผู้คน และความรู้สึก “มองไม่เห็นอนาคต” อยู่ตลอด ๆ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์กับ Janusz ยิ่งมีน้ำหนัก เพราะไม่ใช่แค่รักกันแล้วจบ แต่ต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ฝั่งไหนของชีวิต—ความปลอดภัย หน้าที่ ครอบครัว หรือความจริงของตัวเอง สิ่งที่เราชอบมากคือภาษาและการพรรณนา รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างฉากค่ายแรงงานฤดูร้อน หรือโมเมนต์บนถนนในวอร์ซอ (เช่นแถวถนน Marszałkowska ที่พูดถึงในเล่ม) มันทำให้ภาพชัดและเหงาแบบมีอากาศของยุคนั้นอยู่จริง ๆ อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวละครกำลังว่ายอยู่ในน้ำมืด ๆ ตามชื่อเรื่อง—ไม่รู้ทิศ ไม่รู้ฝั่ง แต่ก็ยังต้องว่ายต่อ ใครที่กังวลว่าเล่มนี้มีสปอยล์หนักไหม: โครงเรื่องหลักไม่ได้ซับซ้อนมาก จุดสำคัญอยู่ที่อารมณ์ ความสัมพันธ์ และบริบทการเมืองมากกว่า ดังนั้นอ่านรีวิวก่อนก็ยังไม่ทำให้เสียรสเท่าไร (แต่แนะนำอย่าไปไล่หาสปอยตอนจบละเอียด ๆ จะอินกว่า) เหมาะกับคนที่: ชอบนิยาย LGBT ที่จริงจัง, ชอบวรรณกรรม coming of age, สนใจเรื่องสังคม/การเมืองที่กดทับชีวิตคน, หรืออยากอ่านงานที่เล่มบางแต่ทิ้งแผลลึก ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่: อยากได้พล็อตไว ๆ หรือฟีลกู้ด เพราะเล่มนี้ค่อนข้างหน่วง และตั้งคำถามกับคำว่า “ชีวิตจริง ๆ” อยู่ตลอด สรุปในแบบเรา “ว่ายวนยามสนธยา” คือหนังสือที่ทำให้ย้อนถามตัวเองว่า ถ้าต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนตลอดไป เราจะยังเรียกมันว่าการมีชีวิตอยู่ได้ไหม—และแค่นี้ก็ทำให้เล่มนี้ควรค่าแก่การอ่านแล้วจริง ๆ