เล่มนี้ดี 🌊 52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน 🐋

💬 เป็นการกลับมาอ่านหนังสือแปลไทยในรอบหลายเดือนเลย ⭐

เล่มนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง.. สมแล้วที่เป็นหนังสือฮิตที่ถูกหยิบไปทำเป็นภาพยนตร์ และเป็น comfort book ของใครหลาย ๆ คน 🙂

🐋52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน 🎧

✏️ Sonoko Machida 🇯🇵

หมวดหมู่ : Fiction / Japanese Literature

“วาฬห้าสิบสองเฮิรตซ์ เป็นวาฬเดียวดายที่สุดในโลก”

📖 เรื่องย่อ (โดยฉันเอง)

เมื่อ มิชิมะ คิโกะ หญิงสาวผู้เติบโตมากับความเหงาและความโดดเดี่ยว ตัดสินใจหนีจากชีวิตในเมืองใหญ่ ไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองเล็ก ๆ ริมทะเล ด้วยความหวังว่าจะได้พักจากความเจ็บปวดในใจ วันหนึ่งเธอได้พบกับเด็กชายผมยาวคนหนึ่ง “มูชิ” ตัวมอมแมม และไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว แม้จะเป็นการพบกันโดยบังเอิญ แต่คิโกะก็รู้สึกได้ทันทีว่า เด็กคนนี้เหมือนเธอมาก ๆ 🧒

บางที พวกเขาอาจจะเป็น “วาฬ” สองตัวที่โชคชะตาพัดพามาเจอกัน และหวังว่าสักวันหนึ่ง จะมีใครได้ยิน “เสียง” ที่ทั้งสองส่งออกไป...เพื่อให้หัวใจของพวกเขาได้รับการปลอบโยน ❤️‍🩹

💬Me on this book

เล่มนี้เล่าเรื่องสลับระหว่างปัจจุบันกับอดีต ทำให้เราได้ค่อย ๆ รู้จักตัวละครหลักมากขึ้น ว่าเขาเคยเจอกับอะไร เจ็บมาแค่ไหน ก่อนจะตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ ครอบครัว ความสัมพันธ์ สังคม ทุกอย่างหล่อหลอม เราขึ้นมาแบบที่เราอาจไม่รู้ตัว มันทำให้คิดว่าจริง ๆ แล้วทุกคนล้วนมี “รอยร้าว” อยู่ในใจต้องเคยมีสักครั้งที่รู้สึกว่าชีวิตมันยากจัง ขอหายไปเลยดีกว่า แต่อยากจะบอกทุกคนว่า...

“ ต่อให้เราตายไปกี่ครั้ง อย่าลืมลุกขึ้นมาเกิดใหม่เสมอ แม้ในวันที่รู้สึกว่าไม่อยากแล้วก็ตาม เพราะบางทีจิตวิญญาณอีกครึ่งของเรา หรือ วาฬตัวหนึ่ง 🐋 อาจรอเราอยู่ เพื่อพาเรากลับไปใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ต่อไป ”

🤍ขอให้ทุกมื้อเป็นมื้อที่อร่อย และ ทุกคืนเป็นการนอนหลับเต็มอิ่มในชีวิตของทุกคนนะคะ 🤍

#52เฮิรตซ์คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน #อ่านตามlemon8 #bbreadsomebooks #หนังสือฮีลใจ #หนังสือเล่มโปรด

กรุงเทพมหานคร
2025/8/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การอ่าน "52 เฮิรตซ์...คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน" ทำให้ฉันได้เข้าใจความเหงาและความโดดเดี่ยวในมุมมองที่ลึกซึ้งมากขึ้น หนังสือนี้ไม่ได้แค่บอกเล่าเรื่องของวาฬที่ร้องเรียกหาคู่แต่ไม่มีใครตอบรับ แต่ยังสะท้อนความรู้สึกของคนที่อาจจะเคยเจอสถานการณ์คล้ายกันในชีวิตจริง เรื่องหนึ่งที่ชอบมากคือการจับภาพของความสัมพันธ์ระหว่างคิโกะและมูชิ ซึ่งเหมือนกันทั้งคู่ที่เผชิญกับความเจ็บปวดและต้องการการปลอบโยน เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นว่า แม้เรารู้สึกเหมือนถูกทิ้งอยู่คนเดียว ก็ยังมีใครบางคนที่สามารถฟังเราและเข้าใจเราได้ นอกจากนี้ ฉันชอบที่หนังสือมีภาพวาดของวาฬและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การอ่าน ทำให้เรารู้สึกเหมือนเข้าไปเชื่อมต่อกับเรื่องราวอย่างลึกซึ้งขึ้น เช่นเดียวกับภาพสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความหวัง สำหรับใครที่รู้สึกว่าความเหงาหนักหนา ลองเปิดใจอ่านเล่มนี้ดู เผื่อจะเจอความอบอุ่นและกำลังใจที่ซ่อนอยู่ระหว่างตัวอักษร เหมือนกับที่ฉันได้พบเจอ และหวังว่าใครสักคนหรือวาฬตัวหนึ่งจะมารอฟัง "เสียง" ของเราเสมอ

ค้นหา ·
หนังสือวาฬ