Automatically translated.View original post

Glass Room 101 | EP.1

Glass Room 101 will take to know the world of glass art.

Through techniques, materials and real works, easy to understand 🔥

Glass Room 101 | EP.1

What's the difference between Glass Blowing and Flameworking?

2. The main techniques of glass art. One focuses on large shapes, looks strong, works as a team.

The other is fine, small and complex.

Take a walk to see the real work in the gallery

Watch this clip end. Definitely understand more glass art. ✨

...

Glass Room 101 takes you into the world of glass art

Through techniques, materials, and real artworks - explained in an easy-to-understand way. 🔥

Glass Room 101 | EP.1 What's the difference between Glass Blowing and Flamework?

Two essential glass art:

One focus on large, strong forms created through teamwork, while the other highlights delicate, small, and intricate details.

Join us as we walk through real examples in our gallery.Watch till the end and gain a clearer understanding of glass art. ✨

# BGCGlassStudio # GlassArts # GlassBlowing # Flameworking # GlassRoom101

1/23 Edited to

... Read moreหลายคนเสิร์ชคำว่า glass blowing แล้วนึกถึง “เป่าแก้ว” แบบในหนัง ที่ช่างหมุนท่อแล้วเป่าให้พองขึ้น จริง ๆ แล้ว glass blowing คือหนึ่งในเทคนิคหลักของศิลปะแก้วที่ใช้ “ความร้อนสูง” ทำให้แก้วอ่อนตัว จากนั้นใช้ท่อเป่า (blowpipe) เป่าลมเข้าไปเพื่อขึ้นรูป เป็นเทคนิคที่เด่นเรื่อง “ฟอร์มใหญ่ แข็งแรง” และทำของใช้/ชิ้นงานประติมากรรมได้หลากหลายมาก สิ่งที่ฉันชอบใน glass blowing คือจังหวะการทำงานมันต้องแม่น ทั้งการหมุน การเป่า และการคุมอุณหภูมิ เพราะแก้วเย็นตัวเร็ว ถ้าช้าไปนิดเดียวรูปทรงก็เสียได้ง่าย ๆ เลย และหลายขั้นตอนมักต้องใช้ “ทีมเวิร์ค” เช่น คนหนึ่งคุมเตา/อุ่นแก้ว อีกคนช่วยถือเครื่องมือ/ช่วยเปิดปิดแม่พิมพ์ ทำให้บรรยากาศในสตูดิโอสนุกและลุ้นตลอดเวลา แล้วต่างจาก flameworking ยังไง? flameworking ใช้ “เปลวไฟ” จากหัวพ่นไฟเพื่อหลอมแก้วแท่ง/แก้วหลอด แล้วค่อย ๆ ปั้น/ดึง/บิดขึ้นรูป จุดเด่นคือ “รายละเอียดสูง งานเล็ก และซับซ้อน” เช่น ลูกปัดแก้ว ชิ้นส่วนประดับ งานประติมากรรมจิ๋ว ๆ หรือชิ้นงานที่ต้องการลายและดีเทลเยอะ ๆ หลายงานสามารถทำคนเดียวได้ (แต่ยังต้องใช้สมาธิและความนิ่งมาก ๆ) สรุปแบบเลือกง่าย ๆ: ถ้าอยากทำงานชิ้นใหญ่ เน้นรูปทรงชัด ๆ อย่างแจกัน แก้วน้ำ โคม หรือฟอร์มที่ต้องการความหนาแน่นแข็งแรง—glass blowing ตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าชอบงานละเอียด ชิ้นเล็ก ต้องการความประณีตและควบคุมจุดหลอมเฉพาะตำแหน่ง—flameworking จะสนุกมาก มือใหม่ควรรู้อะไรบ้างก่อนลอง? 1) ความปลอดภัยสำคัญสุด: แว่นตานิรภัย/แว่นกรองแสงสำหรับงานแก้ว, เสื้อแขนยาว, รองเท้าแบบปิดหน้าเท้า 2) เรื่องความร้อน: ทั้งเตาและเปลวไฟอันตรายกว่าที่คิด อย่าทำเองที่บ้านถ้าไม่มีอุปกรณ์และผู้สอน 3) ฝึก “สมาธิ” และการสังเกตสีของแก้วตอนร้อน เพราะมันบอกอุณหภูมิและความพร้อมในการขึ้นรูปได้ ถ้าคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มจากอะไร ฉันแนะนำให้ไปดูงานจริงในแกลเลอรีหรือสตูดิโอก่อน (อย่างที่ EP นี้พาเดินดูตัวอย่าง) แล้วลองถามช่างว่าแต่ละชิ้นใช้เทคนิคไหน พอเห็นของจริงจะเข้าใจทันทีว่า glass blowing กับ flameworking ให้ “คาแรกเตอร์งาน” ต่างกันแค่ไหน และจะเลือกทางที่เข้ากับสไตล์เราได้ง่ายขึ้นมาก