เสน่ห์มากๆของคนเลี้ยงปลา #ปลาบอลลูน #ปลาสอด #ปลาทอง #ปลาสวยงาม #อ่างปลา
หลายคนถามว่า “ปลาบอลลูนเลี้ยงยากไหม” จากที่เลี้ยงเองบอกเลยว่าเลี้ยงได้ไม่ยาก แต่ต้องใส่ใจเรื่องน้ำมากกว่าที่คิด เพราะปลาบอลลูน (มักเป็นสายพันธุ์แฟนซี/คัดลักษณะตัวสั้นกลม) จะค่อนข้างบอบบางกว่าปลาทั่วไปนิดนึง ถ้าจัดสภาพแวดล้อมดีๆ ก็รอดและน่ารักมาก 1) เลือกปลาบอลลูนยังไงให้รอดตั้งแต่วันแรก - เลือกตัวที่ว่ายน้ำทรงตัวดี ไม่หงายท้อง ไม่ลอยหัวอยู่ผิวน้ำนานๆ - ครีบไม่หุบ ไม่ขาด ไม่เป็นขุย จุดขาวตามตัวไม่ควรมี - ท้องควรกลมแบบพอดี ไม่บวมผิดรูป และไม่ซึมอยู่มุมตู้/อ่าง 2) อ่างปลา/ตู้ควรเตรียมอะไรบ้าง - แนะนำให้มี “กรองน้ำ” (กรองแขวน/กรองฟองน้ำก็ได้) เพราะปลาบอลลูนขับถ่ายเยอะ น้ำเสียง่าย - ถ้าเป็นอ่างปลาโล่งๆ ควรมีที่หลบมุมบ้าง แต่หลีกเลี่ยงของตกแต่งคมๆ เพราะปลาชนิดนี้ตัวป้อม ว่ายชนง่าย - เติมน้ำพักคลอรีนหรือใช้น้ำที่ผ่านการกำจัดคลอรีนก่อนลงปลาเสมอ 3) การปรับน้ำก่อนปลาลงอ่าง ทริคที่ช่วยลดช็อกน้ำ: ลอยถุง 15–20 นาทีให้ปรับอุณหภูมิ แล้วค่อยๆ ตักน้ำในอ่างผสมเข้าถุงทีละนิด 2–3 รอบ ก่อนปล่อยปลา วิธีนี้ทำให้ปลาบอลลูนปรับตัวได้ดีขึ้นมาก 4) อาหารปลาบอลลูนให้อะไรดี - อาหารเม็ดจม/เม็ดเล็กช่วยลดการฮุบอากาศ (บางตัวมีปัญหาลอยตัว) - ให้วันละ 1–2 ครั้ง ปริมาณน้อยแต่พอดี กินหมดใน 1–2 นาที - เสริมเป็นครั้งคราวด้วยหนอนแดงแช่แข็ง/ไรแดง (อย่าให้เยอะจนท้องอืด) 5) ดูแลน้ำยังไงให้ปลาสวยงามและไม่ป่วย - เปลี่ยนน้ำ 20–30% สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง (ถ้าเลี้ยงแน่นหรือไม่มีกรองให้เปลี่ยนบ่อยขึ้น) - ดูกลิ่นและสีของน้ำ ถ้าน้ำเริ่มขุ่นหรือมีกลิ่นแรง แปลว่าระบบกรอง/ของเสียเริ่มไม่ไหว - ไม่ล้างวัสดุกรองด้วยน้ำประปาตรงๆ (จุลินทรีย์ดีจะหาย) ใช้น้ำเก่าจากตู้บีบล้างเบาๆ แทน 6) ปลาบอลลูนป่วยบ่อยไหม? สังเกตอาการง่ายๆ - หายใจถี่ ลอยหัว ครีบหุบ ซึม ไม่กินอาหาร = เช็กคุณภาพน้ำก่อนเป็นอันดับแรก - ถูตัวกับของตกแต่ง/เป็นจุดขาว = อาจมีปรสิต ควรกักปลาและดูอุณหภูมิ/การรักษาให้เหมาะ ถ้าใครเลี้ยงร่วมกับปลาสอดหรือปลาทอง แนะนำให้ระวังเรื่องขนาดและพฤติกรรมกัดครีบ และอย่าลืมว่าปลาบอลลูนต้องการน้ำสะอาดสม่ำเสมอจริงๆ ทำได้ตามนี้รับรองว่าน้องจะอยู่ได้นานและน่ารักจนใจละลายเลย









ขอชื่อต้นไม้ที่เป็นพุ่มๆหน่อยคะสวยดี