Automatically translated.View original post

Age 25, quit work!!

Hello, like the head of the script.

We are 25 years old, decided to leave our regular job to open a bakery shop, first told me that I graduated from marketing, was interested in building a contender, but the job applied to interview, he wanted someone who planned, edited, filmed a script, completed at us alone (the skill of editing is not very common), plus just graduated, did not have experience, so I was not confident that I could take responsibility for the company, but the job was a bit stressful, had to do a lot of blah, which we felt was not us, but the karma was heavy because the skill only has a soft skill, the language is not good, and not good at it. In the extreme, I feel quite depressed with my life as well. I would like to sell cakes. During that time, the current opened the trunk of the car selling cakes was booming. We saw that there was a fire, so I decided to try to sell my friends at work. I lived to see the recipes and methods made from many places. The new model learned to enter the industry. I did it very badly because I never did. The first day I tasted my friends and told them very tasty. My heart is fluffy like fluffy. Tiredness, sleep deprivation is gone!!!

I'll come to Ep.2. Sorry if the spelling is wrong. 🙏🏻🙇‍♀️

# Resigned to sell # Resigned from his regular job to sell # Life after resignation # Life after resigning from work # Resignation experience

2025/11/15 Edited to

... Read moreหลังจากโพสต์ว่า “อายุ 25 ลาออกจากงาน” มีหลายคนทักมาถามเหมือนกันว่าแล้วเริ่มขายเบเกอรี่ยังไงให้ไม่หลงทาง เราเลยสรุปสิ่งที่ตัวเองทำ/พลาดไว้ เผื่อใครอยากเริ่มแบบ Homemade เหมือนกันค่ะ (ตอนนั้นเราเริ่มเล็กๆ ก่อน ไม่ได้พร้อมทุกอย่าง) 1) ตั้งเป้า “เริ่มให้ได้ก่อน” ไม่ต้องเพอร์เฟกต์ ช่วงแรกเราไม่ได้คิดไกลถึงหน้าร้านเลย แค่ลองทำเค้ก/เบเกอรี่ 1–2 เมนูที่เราชอบ แล้วเอาไปให้คนใกล้ตัวชิมก่อน ฟีดแบ็กจากเพื่อนร่วมงานช่วยให้เรารู้ว่า รสชาติผ่านไหม หวานไปไหม เนื้อเค้กแน่นไปหรือเปล่า และที่สำคัญคือทำให้เรามีกำลังใจมากๆ 2) เลือกเมนูที่ทำซ้ำง่าย และคุมต้นทุนได้ มือใหม่แนะนำให้เริ่มจากเมนูที่ “ทำซ้ำได้” เช่น บราวนี่ คุกกี้ เค้กกล่อง/เค้กชิ้น เพราะคุมคุณภาพง่ายกว่าเค้กแต่งหน้าอลังการ และแพ็กใส่ง่าย เหมาะกับการขายแบบโฮมเมดหรือขายท้ายรถด้วยค่ะ 3) ทดลองสูตรแบบมีระบบ (ไม่งั้นงงเอง) เราจะจดทุกครั้งว่าใช้แป้งยี่ห้อไหน อุณหภูมิเท่าไหร่ อบกี่นาที ใช้พิมพ์ขนาดอะไร วันไหนชื้น/ฝนตกแล้วเนื้อขนมเปลี่ยนไหม พอทำหลายรอบจะเริ่มได้ “สูตรประจำร้าน” ของตัวเอง ซึ่งสำคัญมากถ้าจะไปต่อเป็นแบรนด์ เช่น YarmWang Bakery ที่เราตั้งใจทำให้ดูเป็นร้าน Homemade จริงๆ 4) คิดราคาแบบไม่ทำร้ายตัวเอง ตอนแรกเรามักตั้งราคาตามใจ เช่น กลัวแพงแล้วไม่มีคนซื้อ แต่สุดท้ายเหนื่อยมากและไม่คุ้ม แนะนำให้คิดจาก ต้นทุนวัตถุดิบ + แพ็กเกจ + แก๊ส/ไฟ/ค่าเสื่อมอุปกรณ์ + ค่าแรงของตัวเอง แล้วค่อยดูราคาตลาดใกล้เคียงเพื่อปรับให้เหมาะค่ะ 5) แพ็กเกจและความสะอาดคือภาพลักษณ์อันดับหนึ่ง ของโฮมเมดคนจะให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดมากๆ เราเลือกกล่อง/ถุงที่ปิดสนิท ติดสติ๊กเกอร์ชื่อร้าน (แม้จะเรียบๆ) และเขียนวันผลิต/วันหมดอายุไว้ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือแบบเห็นได้ชัด 6) ช่องทางขายช่วงเริ่มต้น สำหรับเราเริ่มจาก “คนรู้จัก” ก่อน แล้วค่อยขยายเป็นรับพรีออเดอร์ในโซเชียล ถ้าจะขายท้ายรถ ให้เตรียมเรื่องตารางเวลา จุดจอด และจำนวนที่ทำต่อวันให้พอดีกำลัง อย่าฝืนทำเยอะเกินจนคุณภาพตกค่ะ 7) ใจสำคัญมาก: ออกจากงานไม่ได้แปลว่าง่ายกว่า งานขายขนมเหนื่อยคนละแบบกับงานประจำเลย มีทั้งอดนอน ล้างอุปกรณ์ เก็บครัว ตอบแชตลูกค้า แต่ข้อดีคือเรารู้สึก “ได้ทำของที่ชอบ” และทุกคำชมจากลูกค้าทำให้หายเหนื่อยจริงๆ ถ้าใครกำลังจะเริ่มเหมือนเรา ลองเริ่มจากเมนูเดียว ทำให้ดี ทำให้ซ้ำได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มไลน์สินค้าไปเรื่อยๆ นะคะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสเราจะมาเล่าต่อว่าเราจัดการเวลา/ออเดอร์ยังไงในช่วงแรกๆ แบบมือใหม่ค่ะ