เลื่อนไปเจอคลิปนี้ที่ถ่ายไว้นานแล้วแต่ลืมตัด โนสปอนแต่อยากมาป้ายยาส่งท้ายปี น้องคืออีกลิปที่ได้ไปต่อในปี 2026 😗✨ #รีวิวบิวตี้ #รีวิวลิปสติก #timephorialipstain @TimePhoria Thailand
หลายคนเสิร์ชหา Timephoria Lip Stain เพราะอยากรู้ “ติดทนจริงไหม” กับ “ทิ้งคราบหรือเปล่า” เราเลยสรุปสิ่งที่ควรสังเกตตอนทำ wear test ให้แบบเข้าใจง่าย (จากการลองใช้จริงในชีวิตประจำวัน) 1) ก่อนทาเตรียมปากสำคัญมาก ถ้าปากแห้งหรือมีขุย ลิปสเตนจะเกาะเป็นจุด ๆ และทำให้คราบดูไม่สวย แนะนำสครับเบา ๆ หรือทาลิปบาล์มแล้วซับออกให้เหลือแค่ความชุ่มนิด ๆ ก่อนลง Timephoria Lip Stain จะได้ฟินิชเนียนกว่า 2) วิธีทาให้สีติดและสม่ำเสมอ - ทาบาง ๆ ก่อน 1 รอบ แล้ว “รอเซ็ต” สักครู่ (อย่าเพิ่งเม้มปากทันที) - ถ้าอยากสีชัด ค่อยเลเยอร์รอบสองแบบบาง ๆ อีกที ทริคคืออย่าทาหนาในรอบแรก เพราะพอแห้งแล้วอาจเป็นคราบได้ง่ายกว่า 3) Wear test ระหว่างวันควรดูอะไรบ้าง ระหว่างวันให้สังเกต 3 จุดนี้: - ความสม่ำเสมอของสี: สีหลุดเป็นดวงไหม โดยเฉพาะด้านในปาก - ความรู้สึกบนปาก: แห้งตึง/ตึงปากหรือเปล่า - คราบหลังทานข้าว: หลุดหมดหรือยังเหลือสเตนอยู่ ส่วนตัวเรามักลองทั้ง “ก่อน” และ “หลัง” กินน้ำ/กาแฟ รวมถึงหลังมื้ออาหาร จะเห็นความต่างชัดสุด 4) ทิ้งคราบไหม? คราบแบบไหนที่ถือว่าสวย ลิปสเตนส่วนใหญ่จะทิ้งสีติดปากอยู่แล้ว จุดที่หลายคนกังวลคือคราบเป็นขอบหรือเป็นปื้น ถ้าอยากให้คราบดูสวย แนะนำทาให้เต็มริมฝีปากตั้งแต่แรก และพกบาล์มหรือกลอสใสไว้ทาทับบาง ๆ ตอนสีเริ่มดรอป คราบจะดูละมุนขึ้น 5) วิธีเติมระหว่างวันให้ไม่เป็นคราบ ถ้าสีด้านในปากหลุด ให้ซับปากก่อน (อย่าทับบนความมัน/คราบอาหาร) แล้วค่อยแตะ Timephoria Lip Stain แค่ด้านใน จากนั้นเม้มเบา ๆ ให้ไล่สี จะได้ลุคแบบไล่โทนและไม่หนาเกิน ถ้าคุณกำลังตัดสินใจอยู่ แนะนำทำ wear test แบบ “ก่อน-หลัง” เหมือนกันเลย จะรู้ทันทีว่า Timephoria Lip Stain เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณไหม โดยเฉพาะวันที่ต้องใส่แมสก์หรือมีประชุมยาว ๆ