เปิดร้านชาใต้บนรถมอไซค์

ต้องบอกก่อนว่าร้านนี้เกิดจากความคิดแฟนเรา 100%

และเริ่มมาจากความชอบของคนสองคน

แฟนเราชอบอุปกรณ์แคมป์มาก (แต่แฟนทำงานไปรษณีย์ หยุดสัปดาห์ละ 1 วัน) เลยไม่ค่อยมีเวลาไปแคมป์

ส่วนเราชอบกินชาอยู่แล้วด้วย แต่งานประจำที่ทำวันหยุดไม่ค่อยตรงกับแฟนเท่าไหร่ด้วย#ติดเทรนด์

ปกติเป็นคนชอบหาทำกันไปเรื่อยเปื่อย ขายของ ขับแกรป รับจ้างนุ่นนี่นั่น ไปเรื่อย จนปลายธันวาคม 68 แฟนประสบอุบัติเหตุ โดนรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บ นิ้วเท้าเกือบขาด!!!!

ทำให้รายได้เสริมหรืองานอดิเรก งานเสริม เป็น 0!!!!!

จากคนที่หาทำไปเรื่อย ต้องนอนอยู่เฉยๆเกือบ 2 อาทิตย์ แล้วยังต้องไปล้างแผล หาหมอ ที่โรงพยาบาลทู้กวันอีก และที่สำคัญคู่กรณียังไม่ชดเชยสักบาท!!!!

นั่นแหละ ช่วงที่แฟนได้มีเวลาพักรักษาตัว สงสัยจะว่างเกิน ก็เลยอยากทำชาขึ้นมา เพราะแฟนไม่ใช่สายชา แต่หลงไหลในชาใต้ ของคนใต้มากๆ เลยศึกษาสูตร การชง อุปกรณ์ทุกอย่าง

และในที่สุดขึ้นปีใหม่ 2569 ✨ ชีเริ่มต้มชา บ่มชา ชงชา แล้วชีก็เริ่มให้คนรอบข้างชิม ส่วนตัวเรากินชาอยู่แล้ว บอกเลยว่า เห้ยนี่ละๆ ชาที่กินที่งานกาชาดเลย แก้วละ 60 บาท เข้มๆแบบนี้ แต่!!!!! เราขายถุงละ 25 บาทเท่านั้น แล้วก็แบบแก้ว 20 ออนซ์ ใส่น้ำแข็ง 30 บาท

พีคสุดคือดันขายออนไลน์ดีมาก จากทำให้เพื่อนชิม กลายเป็นว่าเริ่มได้ขายวันที่ 8 มกราคมเลย แล้วเมื่อวันศุกร์ได้มีโอกาสลงตลาดนัดครั้งแรก

ฟินมาก!!!! เพราะแฟนได้ลงอุปกรณ์แคมป์ ได้ตั้งร้านแบบที่เขาฝันมาตลอด ส่วนเราได้เงินค่ะ55555555555 ดีลมาก

(ที่สำคัญรถคันนี้ชื่อใบชา แล้วก็ที่โดนชนก็คันนี้เลย 🥹 แต่โชคดีมากที่สามารถรีโนเวทกลับมาสวยเหมือนเดิม มาช่วยกันหาเงินกันต่อ)

ขายได้เกือบ 50 แก้วเลย ในเวลา 17:30-20:30 น. ม่วนจอยสุดๆ

อ่ะ ลืมบอกชื่อร้านค่ะ “อนัตตา ชาใต้” ฝากร้านเราไว้ด้วยนะคะ เผื่อเห็นรถคันนี้แถวไหน แวะมาลองชิมนะคะ ตลาดนัดทหารเรือ

ตลาดนัดบ้านพักทหารเรือ
1/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมมีคนทักมาถามเราบ่อยมากเรื่อง “ชาเย็นขวด 250 ml ขวดละ 10 บาท” ว่าทำได้จริงไหม เพราะเห็นร้านชุมชน/ตลาดนัดบางที่ขายราคานี้กันเยอะ เลยอยากแชร์แบบคนเริ่มขายจริงจากการทำร้านชาใต้บนรถมอไซค์ (มีทั้งป้าย QR code รับโอน และไปตั้งขายตลาดนัดตอนเย็น) 1) ก่อนตั้งราคา 10 บาท ต้องรู้ว่า 250 ml คือ “ขวดเล็ก” และกำไรจะบางมาก ถ้าคุณใช้ชาเข้มๆแบบชาใต้ + นมข้น/นม + น้ำตาลแบบจัดเต็ม ต้นทุนต่อขวดจะขึ้นกับ 3 อย่างหลักๆ: วัตถุดิบ, แพ็กเกจจิ้ง (ขวด/ฝา/สติ๊กเกอร์), และน้ำแข็ง/แช่เย็น (ถ้าต้องการให้เย็นพร้อมดื่ม) 2) ต้นทุนคร่าวๆ ที่หลายคนมองข้าม - ขวด PET 250 ml + ฝา: ถ้าซื้อยกแพ็ก ราคาจะถูกลง แต่ยังไงก็เป็นต้นทุนหลักของสาย “ขายเป็นขวด” - สติ๊กเกอร์/ป้ายแบรนด์: ติดนิดเดียวก็ดูน่าเชื่อถือขึ้น แต่ต้องเผื่อเงินส่วนนี้ - น้ำแข็ง: ถ้าขายแบบเย็นจัดหรือมีน้ำแข็งในแก้ว ต้นทุนจะเพิ่มทันที แต่ถ้าขายเป็น “ขวดแช่เย็น” แล้วให้ลูกค้าเลือกเติมน้ำแข็งเอง อาจคุมต้นทุนง่ายกว่า - ค่าซอส/นมที่ใช้เพิ่มความหอมมัน: ใส่เยอะขายง่าย แต่กำไรลด 3) ทำไมบางร้านถึงขาย 10 บาทได้ จากที่เราสังเกตในตลาดนัด ร้านที่ทำได้มักเป็น 1 ใน 3 แบบนี้ - ทำเป็น “โปรเรียกลูกค้า” ขาย 10 บาทเฉพาะช่วง/จำนวนจำกัด แล้วดันไปขายเมนูแก้วใหญ่ 20 ออนซ์ หรือท็อปปิ้งเพิ่ม - ซื้อวัตถุดิบยกลัง/ทำปริมาณมาก ต้นทุนต่อหน่วยลด (ต้มชา บ่มชา ครั้งใหญ่ แล้วค่อยแพ็ก) - สูตรจะออกแนวชาเบาหน่อย หรือหวานนำ เพื่อคุมต้นทุน แต่ต้องรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่ 4) ถ้าอยากตั้งราคา 10 บาท แนะนำทำเป็น “สินค้าเสริม” และมีราคาอื่นคู่กัน ไอเดียที่เราเคยคิดไว้เวลาลงตลาดนัด: - ขวด 250 ml ราคา 10 บาท (สูตรมาตรฐาน/หวานปกติ) - ขวด 250 ml สูตรเข้ม/นมเพิ่ม ราคา 15-20 บาท - แก้ว 20 ออนซ์ ใส่น้ำแข็ง ราคา 30 บาท (ตัวทำกำไรหลัก) แบบนี้ลูกค้ารู้สึกว่าเริ่มต้นถูก แต่คุณยังมีทางทำกำไรจากคนที่อยากได้รสเข้มๆ 5) ทริคขายในตลาดนัดให้คุ้ม (เหมาะกับร้านเคลื่อนที่/มอไซค์พ่วง) - เตรียมป้ายราคาให้ชัด: “250 ml” ต้องเขียนให้เห็น ไม่งั้นลูกค้าเทียบกับแก้วใหญ่แล้วจะงง - มี QR code รับเงิน: ช่วยให้ปิดการขายไว โดยเฉพาะช่วงคนแน่น - แช่ขวดในกระติก/กล่องแช่: เครื่องดื่มเย็นจะขายง่ายมากตอนหัวค่ำ - ทำเป็นชุด: เช่น “3 ขวด 25” หรือ “5 ขวด 40” (ถ้าคุณคุมต้นทุนไหว) จะทำให้ยอดพุ่งเร็ว สรุปจากใจคนขายจริง: “250 ml ชาเย็น ขวด 10 บาท” ทำได้ แต่ต้องรู้ต้นทุนละเอียดและมีเมนู/ไซซ์อื่นช่วยพยุงกำไร ไม่งั้นเหนื่อยมากและเสี่ยงขาดทุนค่ะ ถ้าอยากให้ช่วยคิดโครงราคาแบบเหมาะกับสูตรชาใต้เข้มๆของคุณ บอกต้นทุนวัตถุดิบคร่าวๆมาได้ เดี๋ยวเราช่วยไล่ให้เป็นข้อๆ