Automatically translated.View original post

Belly smell perfume medicine label

2/22 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังงงว่า “ฉีดน้ำหอมตรงไหน” ถึงจะหอมติดทนและกลิ่นกระจายสวย ๆ เราลองผิดลองถูกมาหลายแบบ เลยสรุปเป็นแนวทางที่ใช้ได้กับน้ำหอมทั่วไป (รวมถึง The Papilio กลิ่นแนวหวานละมุนอย่าง Kitty Belly หรือโทนฟลอรัลอย่าง Fairy Bloom) ให้ทำตามได้ง่ายค่ะ 1) จุดฉีดที่ช่วยให้กลิ่นฟุ้งแบบพอดี - หลังใบหู/ซอกคอ: เป็นจุดที่อุ่น กลิ่นจะค่อย ๆ ลอยขึ้นมา เวลาเดินผ่านคนจะได้กลิ่นแบบนุ่ม ๆ ไม่พุ่งใส่หน้า - ข้อมือด้านใน: คลาสสิกสุด แต่ทริคคือ “อย่าถูข้อมือ” เพราะการถูทำให้โน้ตกลิ่นแตกไว กลิ่นเพี้ยนและจางเร็ว - ข้อพับแขน (ด้านในศอก): ส่วนตัวชอบมากเพราะไม่โดนน้ำล้างมือบ่อย กลิ่นติดทนกว่าข้อมือ 2) จุดฉีดที่ช่วยให้ติดทนและทิ้งทางกลิ่น - หลังคอ/ต้นคอ: เหมาะกับวันอยากให้มี sillage (กลิ่นทิ้งทาง) แบบละมุน ๆ โดยเฉพาะกลิ่นหวานน่ารักแนว “Kitty Belly” จะดูนุ่มขึ้น - หน้าอก/ไหปลาร้า: ฉีดเบา ๆ 1 สเปรย์ กลิ่นจะเกาะเสื้อและผิว ทำให้หอมใกล้ ๆ แบบเป็นธรรมชาติ - หลังเข่า/ข้อพับขา: ถ้าใส่กระโปรง/ขาสั้น จะช่วยให้กลิ่นลอยขึ้นตอนเดิน แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดทุกวันนะคะ เลือกวันที่อยากให้ฟุ้งเป็นพิเศษ 3) ถ้ากลัวฉุน ควรฉีดตรงไหน? แนะนำ “ฉีดที่ลำตัวมากกว่าหน้า/คอด้านหน้า” เช่น หน้าอก ไหปลาร้า หรือหลังคอ เพราะกลิ่นจะไม่พุ่งเข้าจมูกตัวเองตลอดเวลา ได้ความหอมแบบคนอื่นยังได้กลิ่น แต่เราไม่เวียนหัว 4) ทริคให้หอมติดทนขึ้น (ทำแล้วต่างจริง) - ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนฉีด: ผิวชุ่มชื้นช่วยล็อกกลิ่น โดยเฉพาะคนผิวแห้ง น้ำหอมจะระเหยไวมาก - ฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวหมาด ๆ: กลิ่นจะเกาะผิวดีขึ้น - ฉีดบนเสื้อผ้าได้ แต่ต้องระวังคราบ: ฉีดห่าง ๆ และหลีกเลี่ยงผ้าบาง/ผ้าไหม ถ้ากลิ่นแนวหวานอย่าง The Papilio ฉีดที่ปกเสื้อ 1 ทีคือหอมทั้งวัน 5) ปริมาณที่กำลังดี วันสบาย ๆ: 2–3 สเปรย์ (หลังหู 1 + ข้อพับแขน 1 + หลังคอ/หน้าอก 1) วันออกงาน/อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน: 3–5 สเปรย์ แต่กระจายตามจุด อย่ากองที่จุดเดียว ลองเริ่มจาก 2–3 จุดก่อน แล้วค่อยปรับตามสภาพอากาศและความเข้มของกลิ่นนะคะ ถ้าเป็นกลิ่นละมุน ๆ แบบ Fairy Bloom/Kitty Belly ฉีดน้อยแต่ถูกจุดก็หอมแบบ “ฉีดแล้วเป็นคนสายหวาน” ได้เลย