🚩มามาแล้ว...#ถูกทำร้ายร่างกายแค่ไหนเรียกว่า สาหัส ความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุทำให้ได้รับอันตรายสาหัส อันได้แก่

1. ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียประสาทการรับรู้กลิ่น

2. เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถในการสืบพันธุ์

3. เสีย แขน ขา มือ เท้า นิ้ว หรืออวัยวะอื่นใด

4. หน้าเสียโฉม

5. แท้งลูก

6. จิตพิการถาวร

7. ทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วยเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

8. ทุพพลภาพ หรือเจ็บป่วย หรือไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเกินกว่า 20 วัน จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 - 200,000 บาท

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 "ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

และมาตรา 297 "ผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

อันตรายสาหัสนั้น คือ

(๑) ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด หรือเสียฆานประสาท

(๒) เสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือความสามารถสืบพันธุ์

(๓) เสียแขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด

(๔) หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว

(๕) แท้งลูก

(๖) จิตพิการอย่างติดตัว

(๗) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บเรื้อรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต

(๘) ทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน"

cr. : กระทรวงยุติธรรม กฎหมายน่ารู้

#มามาแล้ว ทนายพาเพลิน No.008

_______ทนายรัชชานนท์ มหาราช_______

ที่ปรึกษากฏหมายและว่าความทั่วราชอาณาจักร

☎️063-7966355

Line🆔: bio0637966355

#ทนายอุบลราชธานี #ทนายความอุบล

#ทนายอาสา

5/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตจริงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายนั้นอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้คาดคิด และส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเมื่อความเสียหายเข้าขั้น "สาหัส" เช่น การบาดเจ็บถึงขั้นตาบอด หูหนวก หรือนิ้วขาด ซึ่งทำให้ผู้ถูกทำร้ายต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตประจำวัน จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่เคยผ่านสถานการณ์ถูกทำร้ายร่างกาย หนึ่งในความยากลำบากที่เจอคือการพิสูจน์ความรุนแรงของบาดแผลต่อเจ้าหน้าที่และศาล เนื่องจากกฎหมายไทยได้กำหนดโทษตามความรุนแรงของบาดเจ็บอย่างชัดเจน เช่น โทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท สำหรับการทำร้ายที่ไม่ได้สาหัส และจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี พร้อมปรับสูงสุด 200,000 บาท สำหรับอันตรายสาหัส สำหรับผู้ที่ต้องการดำเนินคดี การรวบรวมหลักฐานทางการแพทย์ เช่น ใบรับรองแพทย์ รายงานอาการบาดเจ็บ และรายงานทางนิติเวช เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการฟ้องร้องฝ่ายที่ก่อเหตุ นอกจากนี้การปรึกษาทนายความโดยเฉพาะทนายผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญาและทำร้ายร่างกาย จะช่วยให้ทราบสิทธิและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม ประกอบกับการให้คำปรึกษาทางกฎหมายที่ครอบคลุม สำหรับผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การฟื้นฟูสภาพจิตใจ เช่น การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ หรือการเข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือผู้ประสบเหตุการณ์ ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีความเข้มแข็งและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น ท้ายที่สุด การเข้าใจกฎหมายและบทลงโทษกรณีทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจน ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความรุนแรงของการกระทำผิด และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกกระทำควรติดต่อเจ้าหน้าที่หรือทนายความทันทีเพื่อรับคำแนะนำและดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องและรวดเร็ว