วิธีการทำการบ้านสไตล์ #สแกนหุ้น

วันนี้ผมจะเล่าวิธีทำการบ้านหุ้นในแบบของผม ใครเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็สามารถ #แชร์ ต่อได้เลยครับ

คนที่เข้ามาในตลาดหุ้นย่อมมีนิสัย ความชอบ ความถนัด และวิธีตัดสินใจต่างกัน แม้จะเป็นนักเก็งกำไรสายเทคนิคเหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมองกราฟเหมือนกันทุกคน เพราะสไตล์การเทรดเกิดจากวิธีเรียนรู้ การฝึกฝน และการทำการบ้านของแต่ละคน

_______________________

ส่วนตัวผมเป็นนักเก็งกำไรที่ใช้กราฟเทคนิค ตัวเลขราคา การวางแผน จินตนาการ และการตัดสินใจตามแผนเป็นหลัก ดังนั้น การทำการบ้านของผมจึงอยู่กับกราฟและราคาเป็นสำคัญ

ผมทำการบ้านหุ้นทุกวัน โดยแบ่งเป็นการทำการบ้านหลังตลาดปิดในแต่ละวัน และการสรุปทบทวนในวันหยุด วิธีนี้ผมทำมาตั้งแต่เริ่มเข้าตลาดเมื่อวันที่ 16/3/54 ช่วงแรกที่ยังไม่ชำนาญ ผมใช้เวลาวันละประมาณ 5–8 ชั่วโมง แต่เมื่อทำจนคุ้นเคยก็เหลือประมาณ 3–5 ชั่วโมง เพราะตลาดพัฒนาอยู่ทุกวัน ถ้าเราไม่ฝึกฝน เราก็มีโอกาสตามตลาดไม่ทัน

_______________________

-ช่วงวันตลาดเปิดทำการ จันทร์-ศุกร์

1.จดไดอารี่และทำการบ้านหุ้นทุกวัน

ไม่ว่าวันนั้นผมจะเฝ้าตลาดหรือไม่ หลังตลาดปิดผมจะหาเวลาทำการบ้านหุ้นทุกวัน โดยมีช่วงเวลาประมาณ 17.00 - 01.00 น. สำหรับทบทวนและบันทึกข้อมูลต่างๆ

2.รีบจด Top Gainer ก่อน Streaming รีเซ็ตข้อมูล

ช่วงหลังตลาดปิด ผมจะรีบจดหุ้นที่ขึ้นแรงของวันนั้น โดยเน้นหุ้นที่ขึ้นเกิน 10-15% และถ้ามีหุ้นที่วิ่งชนซีลลิ่งหรือขึ้นประมาณ 30% ต้องจดไว้ให้ครบ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจหายไปหลังระบบ Reset

3.เก็บหุ้นที่วิ่งแรงไว้เป็นหุ้นเฝ้าดูในวันถัดไป

เหตุผลที่จดหุ้นวิ่งแรง เพราะหุ้นที่เคยเคลื่อนไหวแรงมีโอกาสเกิดพฤติกรรมคล้ายเดิมอีก หากหาจังหวะเข้าได้ดี ก็อาจสร้างกำไรได้ในเวลาไม่นาน และถ้าเปิดกราฟแล้วพบว่ายังน่าสนใจ ก็สามารถนำมาวางแผนเก็งกำไรสำหรับวันถัดไปได้ทันที

4.เลือกไทม์เฟรมที่ตัวเองถนัดและใช้ให้จบแผน

ผมใช้กราฟ Day เป็นหลัก เพราะเป็นไทม์เฟรมที่ผมวางแผนได้แม่นและทำกำไรได้บ่อยที่สุด แต่แต่ละคนไม่จำเป็นต้องใช้เหมือนกัน สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าตัวเองถนัดไทม์เฟรมไหน และเมื่อเลือกแล้วก็ควรใช้ไทม์เฟรมนั้นจนจบ เช่น ถ้าเข้าซื้อจากกราฟ Day ก็ควรตัดสินใจออกจากกราฟ Day เช่นกัน

5.จดรายละเอียดการซื้อขายของตัวเอง

หลังจด Top Gainer แล้ว ผมจะบันทึกว่าวันนี้ซื้อหรือขายหุ้นตัวไหน ที่ราคาเท่าไร และตัดสินใจเพราะอะไร ไม่ต้องเขียนยาว แต่ต้องชัดเจนพอที่จะย้อนกลับมาอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที

6.ทบทวนว่าอะไรทำให้กำไรและอะไรทำให้ขาดทุน

ผมจะวิเคราะห์ว่าการเทรดที่ได้กำไรเกิดจากอะไร แล้วจดไว้เพื่อนำสิ่งที่ทำได้ดีไปทำซ้ำ ส่วนการขาดทุนก็ต้องหาสาเหตุให้เจอ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเดิม หรือลดพฤติกรรมที่ทำให้ขาดทุนให้น้อยลง

7.ทำบัญชีกำไร-ขาดทุนทุกวัน

ผมจะจดกำไรหรือขาดทุนของแต่ละวัน รวมถึงยอดสะสม จากนั้นสรุปเป็นรายเดือน และเมื่อสิ้นปีก็นำมาคำนวณอีกครั้ง เพื่อให้รู้ชัดว่าตลอดปีเราเทรดแล้วมีกำไรหรือขาดทุนเท่าไร

8.จดข่าวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหุ้น

ข้อนี้เป็นส่วนเสริม ผมจะจดเฉพาะวันที่มีข่าวสำคัญเกี่ยวกับหุ้นที่สนใจ หรือมีข่าวบางอย่างที่ทำให้ราคาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเคลื่อนไหวโดดเด่นเป็นพิเศษ

ทั้ง 8 ข้อนี้คือสิ่งที่ผมทำเป็นประจำหลังตลาดปิดในวันซื้อขายปกติ แม้ดูเหมือนมีหลายอย่าง แต่เมื่อทำจนเป็นนิสัยจริงๆ ใช้เวลาไม่นานและไม่ได้ยากอย่างที่คิด

_______________________

👉🏻อ่านต่อในคอมเมนต์

#อย่าเชื่อผมจงเชื่อกราฟ

รักนะ สแกนหุ้น

#เบิร์ดสแกนหุ้น #BirdTheory

4 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำการบ้านหุ้นแบบมืออาชีพไม่ได้หมายความว่าเราต้องใช้เวลามากมาย แต่คือการใช้เวลาที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ การบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดและเป็นระบบช่วยให้ติดตามผลและวิเคราะห์เทรดย้อนหลังได้ดีขึ้น ผมเองพบว่าการจด Top Gainer ทันทีหลังตลาดปิด ช่วยให้ไม่พลาดโอกาสสำคัญ เนื่องจากข้อมูลหุ้นที่ขึ้นแรงมักจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วหลังระบบรีเซ็ต อีกทั้งการเลือกไทม์เฟรมที่ถนัด เช่น กราฟ Day สำหรับเทรดระยะกลาง-ยาว ช่วยให้วางแผนและตัดสินใจได้แม่นยำกว่า เพราะสามารถประเมินแนวโน้มราคาในภาพรวมได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ การจดบันทึกการซื้อขายของตัวเองทั้งราคาและเหตุผลตัดสินใจ ทำให้ผมได้เห็นแนวทางที่สร้างกำไรและข้อผิดพลาดที่ทำให้ขาดทุน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะเทคนิคและวินัยการเทรด การทบทวนและวางแผนปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นที่มีความผันผวนสูง สุดท้าย การติดตามข่าวสารสำคัญที่ส่งผลต่อหุ้นแต่ละตัวช่วยเสริมความเข้าใจบริบทตลาดและทิศทางราคาหุ้นในระยะสั้น หากหุ้นตัวใดมีข่าวที่สำคัญและราคาเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะช่วยให้ตีความสถานการณ์ได้ลึกซึ้งและตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น การฝึกฝนวิธีการทำการบ้านหุ้นแบบนี้จนเป็นนิสัยจะทำให้คุณค่อยๆ พัฒนาทักษะและวินัยการเทรด เพิ่มศักยภาพในการทำกำไรอย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดหุ้น