Automatically translated.View original post

Drop... but don't know. Freeze.

There is a state of mind.

That seems laid. It's fine.

Not angry, not wanting, not wriggling.

But literally,

It's not a disengagement.

Just "stop recognizing."

Uncle Boon came to separate clearly.

During the laying caused by wisdom.

With laying because the heart is tired

Some peace... causes suffering.

Some peace... makes us disappear.

So what's your...?

# Fair easy to understand # Natural home # Sathatharampur formula # Soca

3/6 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการวางใจที่แท้จริงนั้นไม่ได้หมายถึงการหยุดรับรู้หรือแค่การปิดใจเพื่อหนีความรู้สึก แต่เป็นการรู้ตัวและปล่อยวางด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง เช่นเดียวกับที่บทความได้กล่าวถึง ต้องแยกให้ชัดเจนว่าการวางใจที่เกิดจากปัญญานั้นช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง และสามารถเผชิญหน้ากับความทุกข์ได้อย่างมีสติ ในขณะที่การวางใจเพราะใจเหนื่อย มักทำให้จิตใจหยุดนิ่งเหมือนแช่แข็ง ไม่เคลื่อนไหวหรือรับรู้อะไร ซึ่งเป็นเพียงการหลบหลีกปัญหาเท่านั้น ผมเคยผ่านช่วงที่รู้สึกเหมือนวางใจแล้วสบาย ไม่โกรธ ไม่ดิ้นรน แต่กลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนตัวเองว่างเปล่า ไม่มีพลัง หรือบางครั้งก็รู้สึกหลงทางในตัวเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการวางใจในลักษณะนั้นเป็นแค่การแช่แข็งจิต การไม่รับรู้ความรู้สึกต่างๆ อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายที่เราควรตั้งใจทำ ในทางปฏิบัติ การฝึกสติกับการนั่งสมาธิ หรือการทบทวนภายในช่วยให้เรารู้จักความแตกต่างระหว่างความสงบที่สร้างความหลุดพ้น กับความสงบที่ปิดกั้นตัวเอง การตั้งใจอยู่กับความเป็นปัจจุบัน แม้จะมีความรู้สึกเจ็บปวดหรือทุกข์เกิดขึ้น ก็สามารถช่วยให้จิตใจมีความสดชื่น ไม่ติดขัด รู้สึกถึงชีวิตที่แท้จริงอย่างมีปัญญา สำหรับผู้ที่สนใจธรรมะและปฏิบัติธรรม การเข้าใจแนวคิดนี้จะช่วยให้เราไม่เข้าใจผิดและสามารถพัฒนาจิตใจไปในทิศทางที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยไม่หลงผิดคิดว่าการวางใจทุกครั้งคือความหลุดพ้นเสมอไป แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นการวางใจที่เกิดจากปัญญาหรือจากความเหนื่อยล้าจากจิตใจตัวเอง ท้ายที่สุด การวางใจที่แท้จริงคือการเปิดใจรับรู้โลกและตัวเองด้วยความกว้างขวางและปัญญา ไม่ใช่การปิดกั้นหรือแช่แข็งจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้เราเดินบนเส้นทางธรรมะได้อย่างมั่นคงและมีความหมายจริงๆ