อย่าขับเคลื่อน“เรื่องเงิน”ด้วยความกลัว

อินฟลูเอนเซอร์การเงินชอบจั่วหัวให้ดู “น่ากลัว” หรือกดดันแบบ “อย่าเพิ่งทำสิ่งนั้นถ้ายังไม่รู้สิ่งนี้” เพราะกรอบแบบนี้ใช้หลักจิตวิทยาการเงินและพฤติกรรมการตัดสินใจได้ดีมากทั้งในแง่การดึงดูดความสนใจ และการกระตุ้นให้คน “ทำตามคำแนะนำ”

1. ใช้ “ความกลัว” เป็นแรงดึงดูด (Click & Attention)

มนุษย์มีแนวโน้มตอบสนองต่อความกลัวและความเสี่ยงได้ไวมากกว่าเรื่องบวก จึงทำให้หัวข้อแบบ “ถ้าไม่รู้แบบนี้ คุณจะเสียหาย” ทำให้คนหยุดเลื่อนหน้าจอดู มากกว่าหัวข้อแบบ “เรื่องดีๆ ที่ควรทำ” โดยธรรมชาติของสมอง

โครงประโยคสไตล์นี้มักใช้ ”Loss aversion“ (กลัวขาดทุน/เสียรูป) เช่น “ถ้ายังไม่รู้สิ่งนี้ คุณอาจเสียโอกาส/เสียเงิน/เสียแผน”

ซึ่งสะท้อนแนวคิดทางจิตวิทยาการเงินเรื่อง Fear of Loss > Joy of Gain

2. ใช้ “ความกลัว” สร้างความรู้สึกว่า “ต้องมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ”

ประโยคแบบ “อย่าเพิ่งทำ… ถ้ายังไม่รู้… ถ้าไม่เข้าใจ…” ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า

- ตัวเอง “ยังไม่พร้อม”

- ต้องมี “คนที่รู้” (คือ Influencer นั้น) ชี้ทางให้

ซึ่งเป็นการใช้ psychology of authority + scarcity + fear of missing out (FOMO) ร่วมกัน

3. จิตวิทยาการเงินบอกว่า “ความกลัวขับเคลื่อนการตัดสินใจ”

งานวิจัยจิตวิทยาการเงินพบว่า

- คนมักตัดสินใจโดยอิงความกลัวการสูญเสียมากกว่าความคาดหวังผลกำไร

- กรอบ “ถ้าไม่ทำ จะกระทบหนัก” หรือ “ถ้าไม่รู้ จะเสียโอกาส” จึงใช้ได้ดีกับหัวข้อการเงินหลายหัวข้อ เพราะ “ความเสียหายทางการเงิน” รู้สึกหนักมากในใจคน[1][4]

แล้วมันดีไหม?

ไม่ได้แปลว่าผิดนะคะ

✔ ข้อดี

* ทำให้คน “ระวังตัว” มากขึ้น

* ลดการตัดสินใจแบบรีบร้อน

* ช่วยเตือนในบางเรื่องที่คนมองข้าม

❗ ข้อควรระวัง

* อาจทำให้คน “กลัวเกินไป” จนไม่เริ่ม

* บางโพสต์เน้นเรียกยอด มากกว่าสาระ

* ทำให้การเงินดูเป็นเรื่องเครียดตลอดเวลา

ลองโฟกัสทรัพยากรที่เรามี จะเห็นความเป็นไปได้ในชีวิต กล้าเริ่มเขียน เริ่มทำ ขยับขยาย เพิ่มพูนสิ่งที่เรามี แบบไม่ต้องรีบเร่งไปทีละขั้นอย่างเข้าใจ และลงมือทำไปพร้อมกันนะคะ

แมวดำทำประกัน 🐾

Sources

[1] 7 ข้อคิดจากหนังสือ The Psychology of Money - Bangkok Bank SME https://www.bangkokbanksme.com/sme-knowledge/sme-info/bbl-info-psychology-of-money

[2] 'แยกบัญชีจิตวิทยา' เก็บเงินให้อยู่ด้วยหลักคิด ที่สมองไม่ต่อต้าน https://www.workpointtoday.com/present-bias-save-money-782210-2

[3] 17 ข้อคิดจาก The Psychology of Money หนังสือเปลี่ยนชีวิตแห่งปี 2021 https://anontawong.com/2021/12/06/the-psychology-of-money/

[4] จิตวิทยาการลงทุนที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนเข้าลงทุนในสนามจริง https://www.tfpa.or.th/9e6417ebffecef071/resources4_3_2_34.html

[5] จิตวิทยาการลงทุน : รู้จักกับ “อคติหลีกเลี่ยงการสูญเสีย” - 724 Market https://724.co.th/wealth/detail/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-ldquo-%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%8D%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2-rdquo

5/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อพูดถึงเรื่องการเงิน หลายคนมักรู้สึกเครียดและกลัวต่อความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อความกลัวได้รวดเร็วและรุนแรงกว่าภาพรวมบวก การใช้ความกลัวในหัวข้อการเงินจึงเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจและกระตุ้นให้คนสนใจติดตามคำแนะนำต่างๆ อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าเมื่อถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวมากเกินไป กลายเป็นอุปสรรคในการเริ่มต้นวางแผนหรือบริหารการเงิน เพราะความกลัวจะทำให้เกิดความลังเล กลัวการตัดสินใจผิด และบางคนถึงกับไม่กล้าลงมือทำเลยทีเดียว ประเด็นสำคัญในการใช้ความกลัวควรอยู่ที่การสร้างความตระหนักรู้ให้รู้เท่าทันสถานการณ์ทางการเงิน ไม่ใช่สร้างความหวาดกลัวจนเกินเหตุ เพราะถ้าคนรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกหรือทุกอย่างมีแต่ความเสี่ยง การวางแผนการเงินก็จะคลายความมั่นใจและยากที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวก นอกจากนี้ การที่มีผู้เชี่ยวชาญหรืออินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินช่วยให้คำแนะนำและชี้ทางออก จะช่วยลดความกลัวและเพิ่มความมั่นใจได้ เพราะตรงนี้จะเชื่อมโยงกับหลักจิตวิทยาเรื่อง authority และ scarcity ที่ทำให้เรารู้สึกว่าควรรับฟังอย่างจริงจัง อย่างไรก็ดี ควรเลือกติดตามแหล่งข้อมูลที่เน้นสาระและวิธีการแก้ปัญหาแทนการสร้างความหวาดกลัวเพื่อเรียกยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แนะนำว่า หากคุณกำลังรู้สึกกลัวในเรื่องการเงิน ลองเริ่มจากการเข้าใจทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ เงินเก็บ หรือโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจทีละน้อย และใช้เป็นแรงผลักดันในการลงมือทำจริง เช่น เริ่มบันทึกรายรับรายจ่าย วางแผนงบประมาณ หรือศึกษาข้อมูลด้านการลงทุนอย่างช้าๆ แบบไม่ต้องรีบร้อน สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้ความกลัวมาครอบงำจนกลายเป็นอุปสรรคในการเติบโตทางการเงิน การเรียนรู้และยอมรับความเสี่ยงอย่างมีสติ พร้อมการตัดสินใจจากข้อมูลและคำแนะนำที่น่าเชื่อถือ จะช่วยทำให้เราก้าวผ่านความกลัวและสร้างฐานการเงินที่แข็งแรงขึ้นได้จริง ลองใช้วิธีการมองข้อดีและโอกาสที่แฝงในความเสี่ยง เช่น การเรียนรู้จากความผิดพลาดหรือการวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้การเงินของเรากลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มความฝันและเป้าหมายในชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เครียดหรือกลัวจนแทบไม่กล้าลงมือทำ