รีวิว | อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป 🧺𓏲 ๋࣭ ࣪ ˖🎐

สวัสดีค่ะ วันนี้มาสรุปหนังสือที่เราได้อ่านจากเดือนที่แล้วมาให้ดูกัน 📖💕

เรื่อง : อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

“ชีวิตดีขึ้นง่าย ๆ แค่ทิ้งอะไรที่ไม่สำคัญ”

หนังสือขายดีจากญี่ปุ่น 🇯🇵 ที่พูดถึงสิ่งของต่าง ๆ ที่เราซื้อหรือเก็บสะสมไว้จนเต็มบ้าน โดยที่บางครั้งเราอาจไม่รู้เลยว่าของเหล่านั้นส่งผลกับชีวิตเรามากกว่าที่คิด

เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นหนังสือที่จะทำให้เรารู้จักกับคำว่า Minimalist 🧺✨

ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงหนังเรื่อง ฮาวทูทิ้ง ได้เลยค่ะ 555

📖 หนังสือแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรก ผู้เขียนจะอธิบายถึงความสำคัญและผลกระทบของการมีสิ่งของเยอะ ๆ ว่ามันส่งผลเสียกับชีวิตเราอย่างไร ก่อนจะค่อย ๆ พูดถึงข้อดีและการเปลี่ยนแปลงของชีวิตหลังจากที่เราเริ่มทิ้งของที่ไม่จำเป็นออกไป

ส่วนที่สอง จะเป็นวิธีและเทคนิคต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราคัดเลือกของในบ้าน รวมถึงวิธีทิ้งของโดยที่ไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายทีหลัง 🗑️✨

ส่วนตัวชอบวิธีการเขียนของหนังสือเล่มนี้มากค่ะ เพราะผู้เขียนค่อนข้าง พูดตรงและใช้คำที่สุดโต่งพอสมควร แต่ก็อธิบายเหตุผลของตัวเองจนทำให้เราเห็นภาพและบางครั้งก็รู้สึกว่า “เออ จริงด้วย” 😂

ด้วยความที่ใช้คำค่อนข้างตรง ทำให้หนังสืออ่านง่ายมาก เพราะเป็นภาษาธรรมดาที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ประดิษฐ์คำอะไรให้เข้าใจยาก

อีกอย่างคือหนังสือแบ่งเนื้อหาเป็นบท ๆ และในแต่ละบทก็ยังย่อยเป็นหัวข้อสั้น ๆ ทำให้รู้สึกว่าอ่านจบเร็วมาก 📖✨ ไม่จำเป็นต้องนั่งอ่านทีละบทใหญ่ ๆ แต่อ่านทีละหัวข้อก็ยังเข้าใจเนื้อหาได้

ผู้เขียนยังใช้ ประสบการณ์ส่วนตัวและเรื่องจริงที่ตัวเองเจอ มาเป็นตัวอย่างค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเห็นภาพตามได้ง่าย และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของตัวเองได้ดี

ส่วนที่เป็นเทคนิค เราว่า ไม่จำเป็นต้องอ่านทุกข้อก็ได้ 😂 เราเองก็อ่านข้ามบ้าง เลือกอ่านเฉพาะส่วนที่คิดว่าน่าจะเอาไปใช้กับตัวเองได้จริง แล้วก็มาร์กเอาไว้ ✍🏻💕

💭 แล้วหนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไรบ้าง?

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากคือแนวคิดที่ว่า “สิ่งของสามารถสะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้”

คนเรามักมองหาสิ่งของที่จะช่วยทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ดูมีคุณค่า หรือได้รับการยอมรับจากคนในสังคมมากขึ้น

อย่างเช่น...

👗 ซื้อเสื้อผ้าใหม่บ่อย ๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นจำได้ว่าเราใส่ชุดเดิมซ้ำ

📚 ซื้อหนังสือความรู้มากมาย ทั้งที่บางเล่มอาจยังไม่เคยอ่านเลยด้วยซ้ำ

⌚ ซื้อนาฬิการาคาแพง เพราะคิดว่ามันจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง ทั้งที่บางทีเราอาจไม่ได้เข้าใจคุณค่าหรือรายละเอียดของนาฬิกาเรือนนั้นจริง ๆ

สุดท้ายแล้ว เราอาจใช้เวลาไปกับการเลือกซื้อของหรือพยายามหาสิ่งของมาสื่อว่า “เราเป็นคนแบบไหน” จนลืมไปว่า จริง ๆ แล้วเราเป็นใครกันแน่

และเมื่อซื้อของเข้าบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มไปหมด บางครั้งพอมองไปรอบ ๆ เราก็อาจรู้สึกว่า

“แล้วเราซื้อมาทำไมวะ?” 🥲

หรือบางทีแค่เห็นบ้านรก ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร แค่รู้สึกแล้วก็ปล่อยผ่านไป

แล้วความรู้สึกนั้นก็วนกลับมาอีกเรื่อย ๆ...

จนกว่าเราจะเริ่มลงมือจัดการมันจริง ๆ 

หนังสือเล่มนี้เลยพูดถึงวิธี “ปล่อยวางกับสิ่งของ” เพื่อให้เราสามารถทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปได้ง่ายขึ้น

อย่างเช่น หนังสือที่วางอยู่บนชั้นมาหลายสิบปี แต่เราไม่เคยหยิบมาอ่านสักครั้ง 📚

ถ้าเป็นแบบนั้นก็เอาไปขายหรือทิ้งไปเถอะค่ะ 😂

เลือกเก็บไว้แค่เล่มที่รู้สึกว่า “เราจะอ่านมันจริง ๆ”

เพราะการอ่านหนังสือเพื่อเอาความรู้จริง ๆ น่าจะมีประโยชน์มากกว่าการซื้อมาเพื่อวางประดับชั้นให้ดูดีเฉย ๆ ✨📚

🧺 สรุปแล้ว เป็นหนังสือที่อ่านง่ายและทำให้กลับมามองของรอบตัวเองใหม่อีกครั้ง

ส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสาย Minimalist ก็อ่านได้ เพราะมันไม่ได้บอกแค่ว่า “ให้ทิ้งของ” แต่ทำให้เรากลับมาคิดว่า

ของชิ้นนี้จำเป็นกับเราจริง ๆ หรือเราแค่รู้สึกว่า “ควรมี” กันแน่? 🤔

ใครที่กำลังรู้สึกว่าบ้านรก ของเยอะ หรือซื้อของมาแล้วรู้สึกว่า “เอ๊ะ...ซื้อมาทำไม” 😂

เป็นความรู้สึกที่อธิบายออกมาได้ยากเหมือนกันนะคะ แต่เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ได้เอาไปใช้จริง และก็รู้สึกดีที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ 📖🧺✨

ใครที่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้ข้อคิด หรือได้แรงบันดาลใจอะไรจากหนังสือเล่มนี้ มาแชร์กันได้นะคะ 💕 อยากรู้เหมือนกันว่าแต่ละคนได้อะไรกลับไปจากเล่มนี้บ้าง 🥰

♡₍ᐢ. ̫.ᐢ₎ 🧸🧺✨

🔎 เรื่อง : อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป

🏷️ หมวด : ไลฟ์สไตล์

🧾 ราคา : 225.- / 241 หน้า

📍 สำนักพิมพ์ : Steps

#letsfallinbook #ป้ายยากับlemon8 #หนังสือพัฒนาตนเอง #หนังสือดีบอกต่อ

1 สัปดาห์ที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผมเอง การอ่านหนังสือเรื่อง “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” ทำให้ผมเริ่มตระหนักว่าสิ่งของจำนวนมากที่เราสะสมไว้ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แต่กลับสร้างความเครียดและความไม่สะดวกใจอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แนวคิด Minimalist ที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอ ไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งของจนหมด แต่เป็นการมองใหม่ว่าอะไรที่เรา “จำเป็นจริง ๆ” และอะไรที่มีเพียงเพราะความอยากได้หรือความเคยชิน เช่น กรณีเสื้อผ้าที่ผมซื้อบ่อย ๆ เพื่อเปลี่ยนลุคหรือปรับภาพลักษณ์ตัวเอง รวมถึงหนังสือและของใช้หลายอย่างที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้จริง ๆ ความท้าทายสำคัญที่สุดคือการปล่อยวาง ไม่ใช่แค่ทิ้งสิ่งของ แต่เป็นการเลิกยึดติดกับสิ่งของเหล่านั้น เมื่อมีวิธีจัดการที่ดี เช่น การเลือกของที่ไม่ได้ใช้มานานกว่าหนึ่งปี การแยกสิ่งของที่มีคุณค่าและใช้จริง รวมถึงการขายหรือบริจาคของที่ยังดี แต่เราไม่ได้ต้องการ อีกทั้งหนังสือก็สอนเทคนิคที่ช่วยให้การตัดสินใจทิ้งเป็นไปอย่างไร้ความกังวลใจและเสียดาย อีกข้อคิดที่ชอบมาก ๆ คือ สิ่งของสะท้อนตัวตนของเราและความรู้สึกของเราในช่วงเวลาต่าง ๆ บางครั้งเราซื้อหรือเก็บของไว้เพื่อยืนยันภาพลักษณ์ที่อยากให้คนอื่นเห็น แต่ท้ายที่สุด สิ่งของเหล่านั้นอาจทำให้เราหลงลืมว่าเราคือใครจริง ๆ การลดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิต ช่วยให้ผมได้ทบทวนและกลับมารู้จักตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การจัดบ้านหรือพื้นที่ให้โล่งเรียบร้อยยังช่วยลดความเครียด อย่างที่หนังสือกล่าวถึง การเห็นบ้านรกทำให้รู้สึกหงุดหงิด โดยที่ไม่รู้จะเริ่มจัดการอย่างไร แต่เมื่อเริ่มลงมือทีละนิดตามวิธีที่หนังสือแนะนำ กลับทำให้รู้สึกภูมิใจและมีความสุขที่มีพื้นที่สำหรับชีวิตของตัวเองมากขึ้น สรุปว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เพียงแค่ชวนทิ้งของ แต่ยังช่วยให้มุมมองใหม่ในการใช้ชีวิตและจัดการความสัมพันธ์กับสิ่งของต่าง ๆ เหมาะกับทุกคนที่รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนแปลงบ้านให้เป็นพื้นที่ที่ทำให้รู้สึกสงบและสบายใจจริง ๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ BlueeehaY🌈🍀📚
BlueeehaY🌈🍀📚ผู้สร้าง

ตอนนี้เค้าเปลี่ยนปกใหม่เป็นสีน้ำเงินแล้วนะคะ

ดูเพิ่มเติม(1)