แจกฟรี 3 วัน ep52 วอลเปเปอร์คอมไพ่ The Empress
คำนำ (ยาว แต่อ่านจบแล้วเคลียร์ ถ้าเกทงานของบลูอยู่แล้ว ไถข้ามไปบทที่ 1 ดูเจตจำนงของภาพนี้ได้เลยค่ะ)
ภาพ = สัญลักษณ์ที่มีชีวิต ทุกเส้น สี รูปทรง เราจึงไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันในทันที ภาพที่ดีควรทำงานในใจเราไปเรื่อยๆ
ส่วนของเนื้อหา (อักษรที่บลูขยายความเจตนาในแต่ละภาพ) ขณะอ่าน อยากให้พึงเสมอว่า...
ไม่ต้องเชื่อบลู แต่ให้สังเกตการตอบสนองแรกของตัวเราเอง ไม่ใช่ในระดับความคิด/อารมณ์เท่านั้น แต่ในระดับที่จิตยังไม่ทันแปลความหมาย (การตอบสนองของจิตไร้สำนึก) มันจะไม่ได้มาในรูปคำตอบชัด ๆ ว่าชอบ/ไม่ชอบ ใช่/ไม่ใช่ แต่มักปรากฏรูปแบบอื่น เช่น
– ภาพนี้ทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะคิด
– อยู่ ๆ นึกถึงเหตุการณ์เก่า คนบางคน ช่วงชีวิตบางช่วง
– ไม่รู้จะอธิบายว่าเกี่ยวอะไรกับชีวิตตอนนี้ แต่มันไม่เฉย
– ต่อต้าน อยากเถียง อยากปฏิเสธ ทั้งที่ยังอธิบายไม่ได้ว่าทำไม
– อ่านแล้วอยากเลื่อนผ่านเร็วผิดปกติ /กลับมาอ่านซ้ำหลายรอบโดยไม่รู้เหตุผล
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องรสนิยม และไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ที่ดี
แต่มันคือสัญญาณว่าจิตไร้สำนึกกำลังตอบสนองต่อสัญลักษณ์ที่ไปแตะโครงสร้างบางอย่างในตัวเรา
บลูไม่แนะนำให้ใช้อา รมณ์ (อย่างเดียว)
อารมณ์มันคนละเรื่องกับจิตไร้สำนึก
อารมณ์เป็นผล (ร่องรอยที่หลงเหลือหลังการเคลื่อนของจิต)
จิตไร้สำนึกเป็นการเคลื่อนไหวก่อนภาษา (เกิดก่อนจะรู้สึกว่าอะไร)
ตัวอย่างของอารมณ์ที่มักตามหลังการตอบสนองของจิตไร้สำนึก เช่น
- คุ้น ทั้งที่รู้ว่าไม่เคยเห็นมาก่อน
– อึดอัด วางไม่ลง ทั้งที่ภาพไม่ได้มีอะไรน่ากลัว
- ถูกดึงดูด อยากหยุดดู ไม่รู้ว่าดึงดูดเพราะอะไร
– อยากกลับมาดูซ้ำ คิดว่าทีแรกก็ไม่ได้อินขนาดนั้น
- อยากเก็บภาพนี้ไว้ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะหาอะไรแบบนี้
- เหมือนภาพมองกลับมา มีอะไรบางอย่างจ้องเราอยู่
– นิ่ง เงียบ อยากหยุดดู ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกว่าชอบเป็นพิเศษ
– เศร้า โล่ง หนักในอก ทั้งที่ยังอธิบายไม่ได้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร
– หงุดหงิด อยากแย้ง อยากปฏิเสธ โดยไม่รู้ว่ากำ ลังปกป้องอะไร
ถ้าสังเกตว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเราขยับขึ้นมาเอง แล้วตามมาด้วยอารมณ์ ไม่ว่าจะบวก ลบ กลาง โดยที่เหตุผลยังอธิบายไม่ทัน นั่นพอแล้วค่ะที่จะบอกว่าจิตไร้สำนึกได้เริ่มทำงานไปก่อนหน้านั้น
ภาพหนึ่งภาพ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกัน
สัญลักษณ์ไม่ใช่ป้ายไฟแดง ไฟเขียว ที่ถูกสอนให้เข้าใจตรงกันทั้งสังคม
สัญลักษณ์ทำงานต่างออกไป มันไม่ได้สื่อความหมายเดียว แต่มันปลุกประสบการณ์ภายในของแต่ละคนขึ้นมา
สัญลักษณ์เดียวกัน อาจทำให้ใครบางคนรู้สึกปลอดภัย ในขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัด และบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย
ทั้งหมดนี้ไม่ผิด เพราะการทำงานของสัญลักษณ์ ต้องอาศัยพื้นเดิมของแต่ละคน
บลูมีหน้าที่แค่วางเจตนาในภาพ ไม่ได้เป็นผู้ที่เข้าไปทำงานร่วมกับภาพนั้น
การทำงานจึงเป็นเรื่องของคนหนึ่งคน กับภาพหนึ่งภาพ และกระบวนการนั้นไม่เกี่ยวกับตัวกลาง (บลู) เลย
บลูไม่เชียร์ ไม่เทียบ ไม่บอกว่าภาพไหนดีกว่า
หน้าที่ของบลูมีเพียงการเปิดพื้นที่ให้ภาพได้ไปเจอกับเจ้าของที่สั่นพ้องกับมันจริง ๆ เท่านั้น
ถ้าเกิดผัสสะแล้วไม่เกิดการตอบสนอง นั่นไม่ได้แปลว่าภาพนี้ไม่ดี
และถ้าเกิด resonance ขึ้นมา นั่นก็ไม่ได้แปลว่าภาพนี้เหมาะกับทุกคน
ภาพทำงานผ่านความซื่อสัตย์ของเราที่มีต่อจิตไร้สำนึกของตัวเอง (1-1)
ถ้าแค่เชื่อทุกคำโดยไม่ถามจิตตัวเองสักครั้ง โลกนี้ก็คงไม่ต้องมีการค้นหาอะไรอีก
เราคงรวย ดัง เป็นที่รักกันทั้งประเทศไปนานแล้ว
🪞ลำดับชั้นการทำงานของภาพและสัญลักษณ์
เวลาที่คนทำงานกับภาพหรือสัญลักษณ์ มักจะมีคำสองคำถูกพูดถึงเสมอ คือ Resonance และ Synchronization
สองอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และไม่ได้เกิดพร้อมกัน แต่ทำงานเป็นลำดับขั้น ...เรื่องนี้ยาวมาก สั้นๆ คือ
1.การสั่นพ้อง (การตอบสนองโลกภายใน/เกิดในระดับปัจเจกเพราะต้นทุนภายในแต่ละคนไม่เหมือนกัน) เป็นด่านแรกๆ ที่เกิดขึ้นก่อน
2.ส่วนซิงโคร (สะท้อนออกสู่โลกภายนอก/เกิดในระดับวัตถุวิสัย) เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมา
🪞กลไกการทำงานของภาพ (Archetypal Mechanism)
เราไม่ได้รอรับพรหรือเศษทานจากฟ้า เทพเจ้า หรือความเชื่อปรัมปราใด ๆ สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง คือ Archetype ภายในตัวเราเองนั่นแหละที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
หลายคนคุ้นเคยกับภาพจำว่า การเปลี่ยนชีวิต คือการไปขอพร มีผู้ใหญ่ พระ เทพ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สวด พูด หรือมอบบางอย่างให้จากภายนอก เหมือนเราเป็นผู้รอรับ และพลังเป็นสิ่งที่ถูกให้มา
แต่การทำงานของภาพในแนวทางนี้ไม่ใช่แบบนั้น
เทพ พลัง หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้พร และไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเราแทน แต่ทำหน้าที่เป็นภาพแทนหรือ กระจกสะท้อนของบางส่วนในจิตใจเราเอง
ดังั้น Symbolism, Imagery, พิธีกรรม, ความเชื่อ, ความฝัน และศิลปะ จึงไม่ได้ส่งพลังเข้ามาจากภายนอก แต่ทำหน้าที่ กระตุ้น รวบรวม และจัดระเบียบพลังงานทางจิต (Psychic Energy)ที่มีอยู่แล้วในตัวเรา เพื่อดึงเอาพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน (Inner Power) หรือส่วนที่ถูกกดทับ มองไม่เห็น หรือไม่กล้าใช้ (Shadow) ให้สามารถปรากฏขึ้นมารับรู้ได้
เมื่อจิตไร้สำนึกรับรู้ภาพนั้น Archetype ภายในที่สอดคล้องจะถูกปลุกให้ตื่น และเมื่อ Archetype ถูก Activate
การรับรู้ การตัดสินใจ และพฤติกรรมภายนอกจะค่อย ๆ เปลี่ยน
การเปลี่ยนแปลงภายในนี้เองที่ทำให้สถานการณ์ ผู้ คน และโอกาสในโลกจริงเริ่มเคลื่อนตัวตาม ไม่ใช่เพราะมีใครให้พลัง แต่เพราะเรากลายเป็นคนที่พร้อมจะถือพลังนั้น
พลังงานจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องขอ.. โลกวัตถุจึงไม่ใช่ของขวัญจากฟ้า.. แต่คือผลลัพธ์ของจิตที่พร้อมเป็น
ดังนั้นครั้งต่อไปที่เรามองภาพหรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลองเปลี่ยนบทสนทนาในใจจาก
ขอให้ท่านช่วยลูกช้างด้วย..
เป็น
ขอให้พลังนี้ตื่นขึ้นในตัวฉัน ทำให้ฉันพร้อมดึงดูดสิ่งที่สอดคล้องกับมัน ผู้คนที่ใช่ สถานการณ์ที่เหมาะสม และโอกาสต่าง ๆ เข้ามาเรียงตัวตรงหน้าฉันพอดี..เป็นต้น
นี่คือการ Taking Ownership หรือการยึดอำนาจคืนมาที่ตัวเอง พลังงานจะเปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำ (Victim) เป็นผู้สร้าง (Creator) ทันทีที่พูดจบค่ะ..
---
บทที่ 1.
เมื่อเราตั้งภาพนี้เป็นวอลเปเปอร์ เราไม่ได้กำลังบอกจักรวาลว่า... ฉันขอเงินหน่อย (นั่นคือคลื่นของความขาดแคลน) แต่เรากำลังส่งสัญญาณ (Signal) ออกไปว่า ฉันอุดมสมบูรณ์ ฉันมีความสุข ฉันพร้อมแล้วที่จะให้กำเนิดสิ่งใหม่ๆ
ตามหลักการ Resonance (การสั่นพ้อง) ของฟิสิกส์ควอนตัม... สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดกัน
ถ้าข้างในเรารวย (รู้สึกเหลือเฟือ)... โลกภายนอกจะส่งเงินมาให้
ถ้าข้างในเรางาม (รักตัวเอง)... โลกภายนอกจะส่งความรักดีๆ มาให้
นี่ไม่ใช่ไสยค่ะ แต่มันคือการ Tune Frequency (จูนคลื่นความถี่) ของสมองและจิตใจ ให้ตรงกับสิ่งที่เราต้องการ
และสำหรับคนที่พยายามมามาก เคยนึกสงสัยไหมคะ ว่าทำไมเราถึงปั้นอะไรไม่เคยขึ้นเลย? หรือบางที... ดินของเราอาจจะแห้งเกินไปนะ? เรามีไอเดียเป็นล้านแต่ทำไม่สำเร็จสักอย่างล่ะ? เราก็เป็นคนขยัน เป้าก็ชัดมาก ไม่ได้ขี้เกียจนอนเกาตูดไปวันๆ บ่อยขนาดนั้น แต ่ทำไมรู้สึกว่าชีวิตมันแห้งๆ เงินเข้ามาก็ออกไป ความรักก็เหมือนจะดีแต่ก็ไปไม่สุด?
ถ้าเรากำลังพยักหน้ากับทั้งหมดนี้ บลูอยากชวนมาคุยเรื่อง The Empress กันค่ะ
หลายคนพอเห็นไพ่ใบนี้ มักจะคิดถึงคำทำนายหมอดู แบบจะได้เป็นเมียน้อยหรือจะท้องนะ ...บลูอยากจะกรี๊ด 5555 การตีความแบบนั้นมันทำให้เราพลาดพลังงานที่สวยงามที่สุดไปอย่างน่าเสียดายเลย
แล้วจริงๆ The Empress คืออะไร? ลองจินตนาการถึงดินดูนะคะ... ไม่ใช่ดินแห้งๆ แตกระแหงนะ แต่เป็นดินร่วนซุย สีดำสนิท ที่เพิ่งโดนฝนชุ่มๆ มีไส้เดือนดึ๊บๆ (ขออภัยถ้าใครกลัว แต่มันคือสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์จริงๆ) ดินแบบนี้แหละค่ะ คือความหมายที่แท้จริงของ The Empress
ใน Jung and Tarot ที่บลูใช้เป็นหนึ่งในคัมภีร์อ้างอิง Sallie Nichols เปรียบเทียบไว้น่าสนใจมากค่ะ เธอบอกว่าถ้า The Magician ค ือประกายไฟหรือไอเดียที่แวบเข้ามา และ The High Priestess คือแบบแปลนที่ซ่อนอยู่ในความมืด... และ The Empress ก็คือสวนที่ทำให้ไอเดียพวกนั้น มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
ปัญหาของคนยุคนี้คืออะไรรู้ไหมคะ? เราอยู่ในยุคที่บูชา The Emperor (ตรรกะ, โครงสร้าง, ความเร็ว, KPI) กันหนักมาก เราเน้น ทำ ทำ ทำ (Doing) แต่เราลืมการเป็น (Being) เราพยายามปลูกต้นไม้บนคอนกรีต เราเร่งปุ๋ยอัดแดด แต่เราลืมรดน้ำพรวนดิน
ผลลัพธ์คืออะไร? ..ก็คือ Burnout ค่ะ คือภาวะที่ข้างในมันแห้งผาก เหมือนทะเลทรายที่ไม่มีอะไรโตได้แล้ว ต่อให้เราขยันแค่ไหน ถ้าดิน (จิตวิญญาณ/สภาวะอารมณ์) ของเราไม่อุดมสมบูรณ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จมันก็ไม่งอกหรอกค่ะ
ภาพนี้ทำงานยังไงกับจิตใต้สำนึก? ภาพ The Empress ที่บลูนำมานี้ ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Visual Anchor ที่จะดึงจิตของเรากลับมาสู่สภาวะ Receptive Mode (โหมดเปิดรับ)
ลองสังเกตรายละเอียดในภาพดูนะคะ...เราเห็นไหมคะว่าเธอนั่งสบายแค่ไหน? (ไม่ว่าภาพนี้จะเป็นเวอร์ชั่นคนหรือแมว) เธอไม่ได้ยืนเกร็ง ไม่ได้ถือดาบไล่ฟันใคร เธอนั่งเอนหลัง บนเบาะท่ามกลางธรรมชาติ มีสัญลักษณ์ Venus (ดาวศุกร์) อยู่ตรงหัวใจ นี่คือคลื่นพลังงานของความรักและแรงดึงดูดค่ะ
ซึ่งสายแข็ง สายลุย ผู้หญิงเก่งที่ทำงานหนักจนลืมความเป็นผู้หญิง (Feminine Energy) จนความรักพัง หรือสุขภาพพัง คนที่แท้งไอเดียบ่อยๆ คิดได้แต่ทำไม่จบ ภาพนี้จะช่วยอุ้มโปรเจกต์ของเราให้รอดฝั่ง คนที่รู้สึกแห้งแล้ง รู้สึกว่าโลกนี้โหดร้าย ต้องแย่งชิง ภาพนี้จะช่วยบำบัดให้เราวางใจในคลื่นจังหวะชีวิตมากขึ้น
คำเตือน...บลูต้องบอกก่อนนะว่า The Empress ไม่ใช่ยาผีบอกที่ใช้ปุ๊บเงินหล่นทับปั๊บ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นเร็วที่สุดคือ เราจะเริ่มนิ่ง เย็น สงบ เราจะเริ่มอยากดูแลตัวเองมากขึ้น อยากกินของดีๆ อยากแต่งตัวสวยๆ อยากจัดห้องให้น่านอน...
เอ้า... แล้วมันจะรวยได้ไงคะบลู ถ้ามัวแต่แต่งตัว ชีวิตติดทุนนิยมต้องใช้เงินนะเห้ย?
บลูต้องบอกแบบนี้ว่า เราเคยเห็นคนที่รวยและมีความสุขจริงๆ เขาทำตัวยุ่งเหยิง ชีวิตรกเป็นรังหนูไหมคะ? ความมั่งคั่งที่แท้จริง เริ่มต้นจากการปรนเปรอจิตวิญญาณค่ะ เมื่อเราเริ่มดูแลตัวเอง คลื่นความถี่ของเราจะสูงขึ้น เมื่อคลื่นสูงขึ้น เราจะดึงดูดโอกาส ผู้คน และเงินทองในระดับที่สูงขึ้นเข้ามาเอง โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยวิ่งไล่ล่าเหมือนแต่ก่อน นี่คือความลับของ The Empress ค่ะ... She doesn't chase. She attracts. (เธอไม่ไล่ล่า เธอแค่ดึงดูด)
ถ้าเรารู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกวิ่งและหันมาสร้างดินให้สมบูรณ์ เพื่อให้ความสำเร็จมันงอกเงยด้วยตัวของมันเอง... ภาพนี้คือคำตอบของเราค่ะ อย่าเลือกภาพนี้ เพราะบลูบอกความหมายเบื้องหลังเส้นสี แต่จงเลือกเพราะใจเรากำลังเต้นแรงเมื่อเห็นมัน 🤍
---
บทที่ 2.
สรุปพลังงานที่ภาพจะสะท้อนออก (Synchronization สนามของความเป็นไปได้ที่ภาพนี้จะไป Resonance จนเกิดเหตุการณ์จริงค่ะ)
-Magnetic Attraction เปลี่ยนเราเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงิน งาน และความรักเข้ามาแบบธรรมชาติ (ไม่ต้องวิ่งไล่ล่า)
-Abundance Mindset ล้างความรู้สึกขาดแคลน แทนที่ด้วยความรู้สึกเหลือเฟือ
-Sensual Charisma ปลุกเสน่ห์ที่ลึกซึ้ง นุ่มนวล แต่ทรงพลังแบบ Feminine Energy
-Creativity Birthing เหมาะมากสำหรับคนปั้นโปรเจกต์/ธุรกิจ ช่วยให้สิ่งที่คิดคลอดออกมาสำเร็จ
-Nurturing Power เยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้า ให้กลับมาชุ่มฉ่ำ มีชีวิตชีวา
-Grounding ดึงฝันที่ลอยๆ ให้ลงมาเดินดิน กินได้ จับต้องได้จริง
-Pleasure Permission อนุญาต ให้ตัวเองมีความสุขกับการใช้ชีวิต กินหรู อยู่สบาย โดยไม่รู้สึกผิด
#สายมู #วอลเปเปอร์สายมู #วอลเปเปอร์เสริมดวง #ความเชื่อส่วนบุคคล #ไพ่ทาโร่ต์













